
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้พบหารือกับเจมี ไดมอน ซีอีโอ JPMorgan chase
โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการสนับสนุนการทำธุรกิจและโอกาสในการทำธุรกิจในประเทศไทย ในส่วนของ JPMorgan ซึ่งมีสาขาและทำธุรกิจในประเทศไทยเกือบ 60 ปี เป็นธนาคารที่มีความเชี่ยวชาญด้านการควบรวมธุรกิจ ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นหนึ่งในไม่กี่ธนาคารที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการ (license) ในการดำเนินการอย่างครบถ้วนในประเทศไทย แต่ยังอาจใช้ประโยชน์อย่างไม่ครอบคลุม
ในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรีเชิญชวนให้ขยายการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เกิดการต่อยอดการดำเนินธุรกิจอื่นๆ ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น
เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง และคณะเดินทางกลับถึงประเทศไทย หลังการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 78 หรือ UNGA78 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญจากการแถลงผลการเข้าร่วมการประชุมฯ ของนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นการเดินทาง 4 วันที่มีภารกิจมาก ขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และเจ้าหน้าที่ที่ช่วยทำให้ภารกิจสำเร็จลุล่วง
โดยในการประชุมครั้งนี้ ได้พบปะกับผู้นำต่างประเทศหลายประเทศเข้าร่วมการประชุมและได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมทั้งสิ้น 5 ครั้ง พบผู้นำองค์กรระหว่างประเทศสำคัญสององค์กร และได้พบผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ระหว่างประเทศหลายบริษัท อาทิ Tesla, Google, Microsoft, Citibank, J.P.Morgan, Estee lauder โดยบริษัทเหล่านี้สนใจการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีพร้อมให้การสนับสนุนการลงทุนในไทยมากขึ้น โดยหลักๆ แบ่งเป็นสองภาคส่วนคือ บริษัทเทคโนโลยีและบริษัทการเงิน
และได้หารือกับผู้นำตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กที่มีศักยภาพมาก และพยายามจะผลักดันให้ภายในปีนี้มีอย่างน้อยหนึ่งบริษัทของไทยที่ได้ไปลงทุน
ในการหารือกับผู้บริหาร FIFA และพูดคุยถึงการจะให้ไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดฟุตบอลโลกภายในปี 2032 หรือในอีก 9 ปีข้างหน้า และขอให้สนับสนุน ฟุตบอลรากหญ้าของไทย โดยจากเดิมที่สนับสนุนปีละ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งค่อนข้างเป็นเงินจำนวนที่เยอะพอสมควร
สำหรับการประชุมสมัชชาสหประชาชาติในปีนี้ มีหัวข้อหลักที่จะให้ทุกประเทศร่วมกันแก้ปัญหาความแตกแยก ช่วยกันผลักดันตัวชี้วัด SDGs17 ข้อ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะแก้ไขปัญหาด้วยประเทศเดียว ดังนั้นทั่วทั้งโลกต้องให้ความร่วมมือสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
ในส่วนของภาวะโลกร้อน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ระบุไปแล้วว่า ไม่ใช่เพียงแค่โลกร้อนแต่เป็นโลกเดือด ปัญหาสิทธิมนุษยชน รวมถึงได้ร่วมประกาศจุดยืนของประเทศไทย ในฐานะประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข รวมถึงส่งเสริมการเกษตรพอเพียงผ่านอารยเกษตร และการให้ประชาชนรับบริการสาธารณสุขที่ดีขึ้น
ในการเดินทางครั้งต่อไปของนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง จะเข้าร่วมการประชุมเอเปก ที่เมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 12-18 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งจะมีหลายบริษัทที่เข้าร่วมด้วย โดยจะจัดเป็นเวทีร่วมกันเพื่อสนับสนุนการค้าการลงทุนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีการประชุมของรองนายกรัฐมนตรี และมีคณะเล็กที่ได้ร่วมการประชุมด้วย