
นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น (งบกลางฯ ปี 66) จำนวน 2,310.26 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายรายการเงินอุดหนุนสนับสนุนอาหารกลางวันและเงินอุดหนุนสำหรับสนับสนุนอาหารเสริม (นม) ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาลนคร เทศบาลเมือง และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอ โดย มท. จะนำเงินที่ได้รับจัดสรรครั้งนี้ ไปชำระเป็นค่าอาหารกลางวันและจัดซื้อนมให้แก่โรงเรียนสำหรับไตรมาสที่ 4 (เดือน ต.ค.-ธ.ค.) ปีนี้
โดยแบ่งเป็น 1.องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 4 แห่ง 980,000 บาท 2.เทศบาลนคร 20 แห่ง 21.60 ล้านบาท 3.เทศบาลเมือง 24.20 ล้านบาท 4.กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาลตำบล และโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2,263 ล้านบาท ทั้งนี้ ในการขอรับจัดสรรครั้งนี้ ได้คำนวณค่าใช้จ่ายจากจำนวนนักเรียนจริงในภาคเรียนที่ 1/66 จำแนกเป็น 1. อาหารกลางวัน เด็กปฐมวัย 773.50 ล้านบาท 2.อาหารกลางวัน ประถมศึกษา 1,222 ล้านบาท 3.นม ระดับประถมศึกษา 314 ล้านบาท ส่วนนมเด็กปฐมวัย มท. ได้ปรับแผนการปฏิบัติงาน และแผนการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายไว้แล้ว
ทั้งนี้ ครม.มีมติเมื่อวันที่ 8 พ.ย.65 อนุมัติให้เพิ่มค่าอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนเด็กเล็กถึงประถมศึกษาปีที่ 6 ตามขนาดของโรงเรียน ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และมีมติเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.65 อนุมัติเพิ่มราคากลางในการจำหน่ายนมโรงเรียน ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ส่งผลให้งบประมาณรายการเงินอุดหนุนสนับสนุนอาหารกลางวันและรายการเงินอุดหนุนสนับสนุนอาหารเสริม (นม) ประจำปีงบ 66 ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและหน่วยรับงบประมาณตรงไม่เพียงพอ เพราะการปรับเพิ่มค่าอาหารกลางวันและนมโรงเรียน ตามมติ ครม. มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ มท.จึงขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 66 งบกลางดังกล่าว เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย.