ผู้บริโภค จี้รัฐบาลใหม่ เร่งปราบ ปล่อยกู้ผิดกฎหมาย ขูดดอกเบี้ยแพง ขอเบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 ต่อเดือน

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ผู้บริโภค จี้รัฐบาลใหม่ เร่งปราบ ปล่อยกู้ผิดกฎหมาย ขูดดอกเบี้ยแพง ขอเบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 ต่อเดือน

Date Time: 7 ก.ย. 2566 10:59 น.

Video

Dropbox เอาตัวรอดมายังไง ? เมื่อโปรดักส์ที่ขายกลายเป็น "ของแจกฟรี" | Digital Frontiers EP.58

Summary

สภาผู้บริโภค ผ่า 9 โจทย์ใหญ่ ความเดือดร้อนของคนไทย วัดฝีมือรัฐบาลใหม่ ร้องนโยบาย ค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย แก้ปัญหา เงินกู้นอกระบบ ขูดดอกเบี้ยแพง พร้อมขอรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า เบี้ยคนชรา 3,000 บาทต่อเดือน และให้เร่งหาแนวทาง ลดค่าไฟฟ้า

Latest


คงไม่ใช่แค่ปัญหาทางเศรษฐกิจ และปากท้อง ที่เป็นโจทย์ใหญ่ รอให้ “รัฐบาลใหม่” โชว์ฝีมือ ออกนโยบายมาดูแล แต่ในแง่ความเดือดร้อน ที่เกี่ยวข้อง กับค่าครองชีพ คุณภาพชีวิตที่เป็นอยู่ของผู้บริโภคยุคใหม่ ก็ถูกตั้งความหวัง ให้รัฐบาล นายกฯเศรษฐา ออกนโยบายมาคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคอย่างเร่งด่วนด้วยเช่นกัน 

ล่าสุด  สภาผู้บริโภค มีการเสนอ 9 นโยบายคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน โดยพบว่า มีความคาดหวัง ทั้งนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย, การแก้ปัญหา เงินกู้นอกระบบ ดอกเบี้ยแพง รวมไปถึง เรียกร้อง หลักประกันรายได้ สำหรับคนสูงวัย 3,000 บาทต่อเดือนด้วย ฯลฯ 

ผ่า 9 โจทย์ใหญ่ ความเดือดร้อนคนไทย วัดฝีมือรัฐบาล 

1. ค่าบริการขนส่งสาธารณะ ไม่ควรเกิน 10% ของค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ : หนุนรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายทำได้จริง 

ทั้งนี้ ย้อนไป สภาผู้บริโภค และเครือข่ายผู้บริโภคผลักดันเรื่องอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่เป็นธรรมมาอย่างต่อเนื่อง  ขณะก่อนหน้านี้ ได้มีข้อเสนอเกี่ยวกับการจัดการปัญหารถไฟฟ้าไปถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการขนส่งทางราง กรุงเทพมหานคร เป็นต้น

2. ผู้บริโภคต้องเท่าทันมิจฉาชีพและกลโกงออนไลน์ 

โดยเรียกร้อง ให้แก้ปัญหา แก๊งคอลเซ็นเตอร์  SMS ดูดเงิน ลิงก์ปลอมทางไลน์ หลอกลงทุน หลอกทำงานพิเศษ เปิดเพจปลอมหลอกขายของ ฯลฯ 

กลโกงและภัยออนไลน์ที่ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องเจอ อีกทั้งเมื่อเกิดความเสียหายแล้ว การป้องกันและแก้ไขปัญหากลับทำได้ไม่ง่าย เรียกได้ว่า “ตามจับคนร้ายก็ยาก เงินที่เสียไปก็ (อาจจะ) ไม่ได้คืน” โดยต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งพัฒนาระบบการป้องกันภัยออนไลน์ในรูปแบบต่าง ๆ รวมไปถึงผลักดันให้เกิดมาตรการเยียวยาผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายด้วย

3. หลักประกันรายได้เมื่อสูงวัย 3,000 บาท : ผู้สูงวัยทุกคนต้องได้อย่างเท่าเทียม 

โดยสนับสนุน “บำนาญถ้วนหน้า” ผลักดัน รัฐสวัสดิการ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับบำนาญ (หรือเงินเบี้ยเลี้ยงรายเดือน) อย่างถ้วนหน้า ในอัตราที่เหมาะสม และทำให้สามารถดำรงชีวิตได้จริงในสังคมปัจจุบัน 

เนื่องจาก ให้เหตุผลว่า ทุกวันนี้ผู้สูงอายุได้รับเบี้ยยังชีพแบบขั้นบันได โดยเริ่มต้นเพียง 600 บาทต่อเดือนซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการดำรงชีวิต

4. ผู้ประกันตนไม่ต้องจ่ายสมทบเรื่องสุขภาพ : สิทธิการรักษาทุกสิทธิต้องเท่าเทียม 

สภาผู้บริโภคได้เรียกร้องให้มีการปรับปรุงสิทธิการรักษาพยาบาลให้ครอบคลุมเท่ากับสิทธิบัตรทอง เช่น กรณีการใช้สิทธิทันตกรรม เป็นต้น

5. ลดค่าไฟ หยุดเพิ่มโรงไฟฟ้า : สนับสนุนทุกบ้านติดโซลาร์เซลล์ และใช้ระบบหักลบหน่วยไฟฟ้า (Net Metering)

สภาองค์กรของผู้บริโภค ชี้ว่า ค่าไฟฟ้าในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวทางการแก้ปัญหาที่อยากเสนอ คือ ให้รัฐบาลสนับสนุนให้เกิดการติดตั้งโซลาร์เซลล์บน 2 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ 

โดยมองว่า จะช่วยลดค่าไฟให้กับภาพรวมทั้งประเทศได้ประมาณ 40,000 ล้านบาทต่อปี และต้องปรับเปลี่ยนระบบการซื้อไฟคืนเป็นระบบหักลบหน่วยไฟฟ้า หรือเน็ตมิเตอร์ริง (Net Metering) เพื่อจูงใจให้คนติดโซลาร์เซลล์เพิ่มขึ้น

6. ปล่อยกู้ผิดกฎหมาย - ดอกเบี้ยแพง ต้องหมดไป : คนเป็นหนี้ต้องไม่ถูกรังแก 

สำหรับผู้บริโภคที่เจอปัญหาถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด (ห้ามเกินร้อยละ 15 ต่อปี หรือร้อยละ 1.25 ต่อเดือน) หรือถูกข่มขู่ คุกคาม ทำร้ายร่างกาย ฯลฯ สามารถแจ้งแจ้งเบาะแส ปรึกษา หรือร้องเรียนมาที่สภาผู้บริโภคได้เลย

7. ปกป้อง และแก้ปัญหา ผูกขาดทางเศรษฐกิจ : ผู้บริโภคต้องมีทางเลือกมากขึ้น 

ทั้งนี้ ผู้บริโภค ชี้ว่า ปัญหาการผู้ขาดทางการค้ามีตัวอย่างให้เห็นมากมายในปัจจุบัน และเกิดขึ้นในหลากหลายธุรกิจ การควบรวมที่จะก่อให้เกิดอำนาจเหนือตลาด และอาจนำไปสู่การผูกขาดทางการค้าในที่สุด

ทั้งๆ ที่ หน่วยงานรัฐมีหน้าที่กำกับดูแลกลับไม่ใช้อำนาจที่มีเพื่อปกป้องประโยชน์ของผู้บริโภค โดยยกตัวอย่าง เช่น  กรณีการควบรวมกิจการระหว่างซีพีและเทสโก้ การควบรวมกิจการระหว่างทรู-ดีแทค เป็นต้น 

8. เสริมความมั่นคงและความปลอดภัยด้านอาหารทุกชุมชน : ผู้บริโภคต้องได้รับความปลอดภัย ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ 

ประเด็นเรื่องความปลอดภัย และความมั่นคงทางอาหารกลายเป็นอีกประเด็น ที่ผู้บริโภค เรียกร้องให้รัฐบาลใหม่แก้ไข  เพราะมองว่า เป็นเรื่องที่ค่อนข้างกว้าง และมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย 

เกี่ยวข้องกับแหล่งที่มาของอาหาร กระบวนการผลิต การนำเข้า การประกอบอาหาร รวมไปถึงนโยบายของรัฐบาลด้วย ยกตัวอย่าง ประเด็นที่สภาผู้บริโภคติดตามและผลักดัน เช่น ตรวจสอบและเฝ้าระวังอาหารนำเข้าที่มีการปนเปื้อนสารต่าง ๆ ทำข้อเสนอแนะเรื่องการผสมกัญชาลงในอาหารและเครื่องดื่ม เตือนภัยเรื่องอาหารที่มีสิ่งแปลกปลอมพร้อมแนะนำวิธีการแก้ไข ร้องเรียน คัดค้านการเข้าร่วม CPTPP เป็นต้น

9. ยกระดับสิทธิผู้บริโภคไทย : สิทธิผู้บริโภคไทย ต้องทัดเทียมสิทธิผู้บริโภคสากล 

ขณะข้อสุดท้าย มีการระบุว่า ปัจจุบันรัฐธรรมนูญได้กำหนดสิทธิของผู้บริโภคไทยไว้ 5 ประการ ได้แก่ 

  • สิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ 
  • สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ 
  • สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ 
  • สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา 
  • สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย ขณะที่สหพันธ์องค์กรผู้บริโภคสากล (Consumers International หรือ CI) ได้รับรองสิทธิผู้บริโภคสากลไว้ 8 ข้อ ซึ่งมีความครอบคลุมในการคุ้มครองผู้บริโภคมากกว่า

สภาผู้บริโภคจึงเสนอให้มีการปรับปรุง และพัฒนาบทบัญญัติเรื่องสิทธิผู้บริโภคไทยให้เท่าทันต่อสถานการณ์ปัญหาผู้บริโภคในปัจจุบัน และเพื่อเป็นการขยายขอบเขตสิทธิของผู้บริโภคให้ครอบคลุม เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความคุ้มครอง และสามารถแสดงพลังในการเรียกร้องสิทธิ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในสังคมได้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ