
คงไม่ใช่แค่ปัญหาทางเศรษฐกิจ และปากท้อง ที่เป็นโจทย์ใหญ่ รอให้ “รัฐบาลใหม่” โชว์ฝีมือ ออกนโยบายมาดูแล แต่ในแง่ความเดือดร้อน ที่เกี่ยวข้อง กับค่าครองชีพ คุณภาพชีวิตที่เป็นอยู่ของผู้บริโภคยุคใหม่ ก็ถูกตั้งความหวัง ให้รัฐบาล นายกฯเศรษฐา ออกนโยบายมาคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคอย่างเร่งด่วนด้วยเช่นกัน
ล่าสุด สภาผู้บริโภค มีการเสนอ 9 นโยบายคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน โดยพบว่า มีความคาดหวัง ทั้งนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย, การแก้ปัญหา เงินกู้นอกระบบ ดอกเบี้ยแพง รวมไปถึง เรียกร้อง หลักประกันรายได้ สำหรับคนสูงวัย 3,000 บาทต่อเดือนด้วย ฯลฯ
1. ค่าบริการขนส่งสาธารณะ ไม่ควรเกิน 10% ของค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ : หนุนรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายทำได้จริง
ทั้งนี้ ย้อนไป สภาผู้บริโภค และเครือข่ายผู้บริโภคผลักดันเรื่องอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่เป็นธรรมมาอย่างต่อเนื่อง ขณะก่อนหน้านี้ ได้มีข้อเสนอเกี่ยวกับการจัดการปัญหารถไฟฟ้าไปถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการขนส่งทางราง กรุงเทพมหานคร เป็นต้น
2. ผู้บริโภคต้องเท่าทันมิจฉาชีพและกลโกงออนไลน์
โดยเรียกร้อง ให้แก้ปัญหา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ SMS ดูดเงิน ลิงก์ปลอมทางไลน์ หลอกลงทุน หลอกทำงานพิเศษ เปิดเพจปลอมหลอกขายของ ฯลฯ
กลโกงและภัยออนไลน์ที่ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องเจอ อีกทั้งเมื่อเกิดความเสียหายแล้ว การป้องกันและแก้ไขปัญหากลับทำได้ไม่ง่าย เรียกได้ว่า “ตามจับคนร้ายก็ยาก เงินที่เสียไปก็ (อาจจะ) ไม่ได้คืน” โดยต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งพัฒนาระบบการป้องกันภัยออนไลน์ในรูปแบบต่าง ๆ รวมไปถึงผลักดันให้เกิดมาตรการเยียวยาผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายด้วย
3. หลักประกันรายได้เมื่อสูงวัย 3,000 บาท : ผู้สูงวัยทุกคนต้องได้อย่างเท่าเทียม
โดยสนับสนุน “บำนาญถ้วนหน้า” ผลักดัน รัฐสวัสดิการ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับบำนาญ (หรือเงินเบี้ยเลี้ยงรายเดือน) อย่างถ้วนหน้า ในอัตราที่เหมาะสม และทำให้สามารถดำรงชีวิตได้จริงในสังคมปัจจุบัน
เนื่องจาก ให้เหตุผลว่า ทุกวันนี้ผู้สูงอายุได้รับเบี้ยยังชีพแบบขั้นบันได โดยเริ่มต้นเพียง 600 บาทต่อเดือนซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการดำรงชีวิต
4. ผู้ประกันตนไม่ต้องจ่ายสมทบเรื่องสุขภาพ : สิทธิการรักษาทุกสิทธิต้องเท่าเทียม
สภาผู้บริโภคได้เรียกร้องให้มีการปรับปรุงสิทธิการรักษาพยาบาลให้ครอบคลุมเท่ากับสิทธิบัตรทอง เช่น กรณีการใช้สิทธิทันตกรรม เป็นต้น
5. ลดค่าไฟ หยุดเพิ่มโรงไฟฟ้า : สนับสนุนทุกบ้านติดโซลาร์เซลล์ และใช้ระบบหักลบหน่วยไฟฟ้า (Net Metering)
สภาองค์กรของผู้บริโภค ชี้ว่า ค่าไฟฟ้าในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวทางการแก้ปัญหาที่อยากเสนอ คือ ให้รัฐบาลสนับสนุนให้เกิดการติดตั้งโซลาร์เซลล์บน 2 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ
โดยมองว่า จะช่วยลดค่าไฟให้กับภาพรวมทั้งประเทศได้ประมาณ 40,000 ล้านบาทต่อปี และต้องปรับเปลี่ยนระบบการซื้อไฟคืนเป็นระบบหักลบหน่วยไฟฟ้า หรือเน็ตมิเตอร์ริง (Net Metering) เพื่อจูงใจให้คนติดโซลาร์เซลล์เพิ่มขึ้น
6. ปล่อยกู้ผิดกฎหมาย - ดอกเบี้ยแพง ต้องหมดไป : คนเป็นหนี้ต้องไม่ถูกรังแก
สำหรับผู้บริโภคที่เจอปัญหาถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด (ห้ามเกินร้อยละ 15 ต่อปี หรือร้อยละ 1.25 ต่อเดือน) หรือถูกข่มขู่ คุกคาม ทำร้ายร่างกาย ฯลฯ สามารถแจ้งแจ้งเบาะแส ปรึกษา หรือร้องเรียนมาที่สภาผู้บริโภคได้เลย
7. ปกป้อง และแก้ปัญหา ผูกขาดทางเศรษฐกิจ : ผู้บริโภคต้องมีทางเลือกมากขึ้น
ทั้งนี้ ผู้บริโภค ชี้ว่า ปัญหาการผู้ขาดทางการค้ามีตัวอย่างให้เห็นมากมายในปัจจุบัน และเกิดขึ้นในหลากหลายธุรกิจ การควบรวมที่จะก่อให้เกิดอำนาจเหนือตลาด และอาจนำไปสู่การผูกขาดทางการค้าในที่สุด
ทั้งๆ ที่ หน่วยงานรัฐมีหน้าที่กำกับดูแลกลับไม่ใช้อำนาจที่มีเพื่อปกป้องประโยชน์ของผู้บริโภค โดยยกตัวอย่าง เช่น กรณีการควบรวมกิจการระหว่างซีพีและเทสโก้ การควบรวมกิจการระหว่างทรู-ดีแทค เป็นต้น
8. เสริมความมั่นคงและความปลอดภัยด้านอาหารทุกชุมชน : ผู้บริโภคต้องได้รับความปลอดภัย ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ
ประเด็นเรื่องความปลอดภัย และความมั่นคงทางอาหารกลายเป็นอีกประเด็น ที่ผู้บริโภค เรียกร้องให้รัฐบาลใหม่แก้ไข เพราะมองว่า เป็นเรื่องที่ค่อนข้างกว้าง และมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย
เกี่ยวข้องกับแหล่งที่มาของอาหาร กระบวนการผลิต การนำเข้า การประกอบอาหาร รวมไปถึงนโยบายของรัฐบาลด้วย ยกตัวอย่าง ประเด็นที่สภาผู้บริโภคติดตามและผลักดัน เช่น ตรวจสอบและเฝ้าระวังอาหารนำเข้าที่มีการปนเปื้อนสารต่าง ๆ ทำข้อเสนอแนะเรื่องการผสมกัญชาลงในอาหารและเครื่องดื่ม เตือนภัยเรื่องอาหารที่มีสิ่งแปลกปลอมพร้อมแนะนำวิธีการแก้ไข ร้องเรียน คัดค้านการเข้าร่วม CPTPP เป็นต้น
9. ยกระดับสิทธิผู้บริโภคไทย : สิทธิผู้บริโภคไทย ต้องทัดเทียมสิทธิผู้บริโภคสากล
ขณะข้อสุดท้าย มีการระบุว่า ปัจจุบันรัฐธรรมนูญได้กำหนดสิทธิของผู้บริโภคไทยไว้ 5 ประการ ได้แก่
สภาผู้บริโภคจึงเสนอให้มีการปรับปรุง และพัฒนาบทบัญญัติเรื่องสิทธิผู้บริโภคไทยให้เท่าทันต่อสถานการณ์ปัญหาผู้บริโภคในปัจจุบัน และเพื่อเป็นการขยายขอบเขตสิทธิของผู้บริโภคให้ครอบคลุม เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความคุ้มครอง และสามารถแสดงพลังในการเรียกร้องสิทธิ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในสังคมได้
ที่มา : สภาองค์กรของผู้บริโภค