
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือน ก.ค.ว่า อยู่ที่ระดับ 92.3 ปรับตัวลดลงจาก 94.1 จากเดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นค่าดัชนีฯต่ำสุดในรอบ 10 เดือน โดยมีปัจจัยเสี่ยงในประเทศมาจากปัญหาหนี้ครัวเรือน ค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง อัตราดอกเบี้ยขาขึ้นที่กระทบต่อแรงซื้อ และต้นทุนการผลิต การเมืองที่ยังมีความไม่ชัดเจน เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคเอกชน ส่วนปัจจัยเสี่ยงจากภายนอก มาจากเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเปราะบาง มีผลต่อการส่งออก
“เศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ช่วยพยุงการบริโภค และการใช้จ่ายในประเทศ แต่ดัชนีฯคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 100.2 ปรับตัวลดลงจาก 102.1 ในเดือน มิ.ย. เนื่องจากผู้ประกอบการกังวลต่อความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงต้นทุนการผลิตมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น”
ดังนั้น ส.อ.ท. จึงอยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว ซึ่งหากถามว่ากรณีมีกระแสข่าวนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และประธานสมาคมธนาคารไทย จะมานั่งเป็น รมว.คลังหากเป็นจริงก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี และเห็นว่ารัฐบาลชุดใหม่ต้องเลือกคนที่มีความสามารถ เป็นที่ยอมรับของประชาชนและนักลงทุน
ล่าสุด ส.อ.ท. ได้มีการศึกษาเจาะลึกถึงทิศทางการส่งออกของไทยจากการสอบถามสมาชิก 45 กลุ่ม พบว่ามีผลกระทบ จากทั้งปัจจัยภายใน ได้แก่ ต้นทุนการผลิตและขนส่งอยู่ในระดับสูง และการแข่งขันธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนปัจจัยภายนอกคือ คำสั่งซื้อจากต่างประเทศลดลงจากเศรษฐกิจโลกชะลอ สินค้าจีนทะลักเข้ามาสู่ประเทศคู่ค้า ทำให้การส่งออกสินค้าไทยลดลง ฯลฯโดย 10 อุตสาหกรรมส่งออกหลักๆของไทยครึ่งปีแรกปีนี้ติดลบ 7 อุตสาหกรรม อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อัญมณีและเครื่องประดับ น้ำมันสำเร็จรูป เม็ดพลาสติก ขณะที่การค้าชายแดนไทยกับเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ 6 เดือนแรกปีนี้พบว่าการส่งออกมูลค่าลดลง 6% เป็นสัญญาณไม่ดีนัก และสินค้าจีนที่เป็นคู่แข่งนอกประเทศแล้ว ขณะนี้กำลังทะลักมาในประเทศเพิ่มขึ้นอีก
สำหรับข้อเสนอของ ส.อ.ท. คือ 1.เร่งจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว และออกนโยบายฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน 2.เร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากภาระต้นทุนดอกเบี้ยเงินกู้ที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะเอสเอ็มอี.