
นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ตรวจสอบการประมูลนาฬิกาปลอม 14 เรือน เสร็จแล้ว และสำนักงานอัยการสูงสุดได้ยื่นฟ้องแพ่งต่อบริษัทตัวแทนสิทธิที่เข้าตรวจสอบของกลาง เนื่องจากมีการปฏิบัติหน้าที่บกพร่องจนทำให้กรมเสียชื่อเสียง ส่วนการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพบว่าทุกคนมีการปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนถูกต้อง ซึ่งข้อผิดพลาดในการประมูลเกิดขึ้นมาจากบริษัทตัวแทนสิทธิ ที่ช่วงแรกมีการตรวจสอบนาฬิกาแล้วระบุว่า เป็นของจริง แต่ต่อมาได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเป็นของปลอม แต่กลับไม่มีหนังสือชี้แจงกลับมายังกรมศุลฯ ทำให้กรมนำนาฬิกามาประมูล ขณะที่นาฬิกาปลอมทั้ง 14 เรือน จะส่งไปให้ทำลายต่อไป
“ตัวแทนสิทธิในไทยที่ตรวจสอบผิดพลาดได้ทำหนังสือแสดงความเสียใจมายังกรมศุลฯจะระมัดระวังไม่ให้เกิดขึ้นอีก และสำนักงานใหญ่ที่ฮ่องกงทำหนังสือขอโทษเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันกรม ยังได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อหารือมาตรการบังคับตัวแทนสิทธิตามกฎหมายต่อไปด้วย ผมตั้งใจมาแถลงปิดประเด็นประมูลนาฬิกาปลอม ถือเป็นครั้งแรกและจะเป็นครั้งสุดท้ายของกรมเป็นบทเรียนราคาแพงที่ต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต ได้ปรับปรุงแก้ไขระเบียบการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการรับ การเก็บรักษา และการจำหน่ายของกลางประเภททรัพย์สินทางปัญญาที่มีมูลค่าสูงให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น”.