
น่าจับตามองอย่างต่อเนื่อง ทั้งความเคลื่อนไหวในภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย และผลงานของบริษัทชั้นนำอย่าง บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ภายใต้การบริหารของ “อภิชาติ จูตระกูล” ที่รับช่วงต่อจาก “เศรษฐา ทวีสิน”
โดยล่าสุด แสนสิริ ได้กลับมาเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอีกครั้ง ในแง่ตัวเลขกำไรสุทธิ หลังจากแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ ว่าช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค.-มิ.ย. 2566) บริษัท กวาดรายได้รวม 18,493 ล้านบาท ด้วยกำไรสุทธิ 3,203 ล้านบาท โตถึง 162% จากรอบเดียวกันของปีก่อน โดยระบุว่า เป็นกำไรที่สูงที่สุดในอุตสาหกรรม อันเนื่องมาจาก ผลงานโครงการแนวราบของแสนสิริ และการฟื้นตัวดีในกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียม
โดยในรายละเอียด “วิชาญ วิริยะภูษิต” ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บมจ. แสนสิริ เผยว่า บริษัทมีกำไรสุทธิโดดเด่น โดยเฉพาะไตรมาสที่ 2/66 อยู่ที่ 1,621 ล้านบาท โตขึ้น 77% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิรอบ 6 เดือนสูงถึง 17.3% ของรายได้รวม ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากจากอัตรากำไรสุทธิ 9.3% ของรายได้รวมจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่รายได้รวมรอบ 6 เดือน อยู่ที่ 18,493 ล้านบาท โตขึ้น 42% จากรอบ 6 เดือนของปีก่อน แบ่งเป็นรายได้รวมในช่วงไตรมาสแรก 8,505 ล้านบาท และรายได้รวมไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ 9,988 ล้านบาท โต 27%
โครงการบ้านหรูขายดี-คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่โอนฯ คึกคัก
ผลงานมาจากรายได้จากการขายโครงการที่โดดเด่นในทุกกลุ่มที่อยู่อาศัย ส่งผลให้เติบโตทั้งในรอบ 6 เดือน และรายไตรมาส ผลงานความสำเร็จมาจากการได้รับการตอบรับที่ดีในโครงการแนวราบครอบคลุมทุกเซกเมนต์ อาทิ นาราสิริ พหล-วัชรพล บ้านเดี่ยวระดับซุปเปอร์ลักซ์ชัวรี ที่ทำยอดขายดีเกินคาด และ เศรษฐสิริ ดอนเมือง โครงการแรกจากการรุกแบรนด์บ้านเดี่ยว “เศรษฐสิริ” 10 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 21,900 ล้านบาทในปีนี้ ที่ทำผลงานการเริ่มต้นการรุกแบรนด์ได้ดี ครอบคลุมไปถึง บ้านเดี่ยวหลังแรกของครอบครัวภายใต้แบรนด์สราญสิริ โครงการสราญสิริ ราชพฤกษ์-345 ระดับราคา 5-10 ล้านบาท ที่กลุ่มลูกค้าให้การตอบรับที่ดีเช่นกัน
นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในรอบครึ่งปี -ยังมาจากโครงการคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ Ready to Move ที่ได้รับการตอบรับที่ดีและเป็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีของตลาดคอนโดมีเนียม จากการที่คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ นับเป็นตัวชี้วัดที่ดีในตลาด Real Demand เนื่องจากกลุ่มลูกค้าซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองหรือปล่อยเช่า โดยคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าในทุกเซกเมนต์เช่นเดียวกัน อาทิ โครงการเอ็กซ์ที พญาไท, เอ็กซ์ที ห้วยขวาง, โอกะ เฮาส์, เดอะ เบส เพชรบุรี-ทองหล่อ, ดีคอนโด พนา และ เดอะ มูฟ บางนา เป็นต้น
พร้อมเดินหน้าเปิดโครงการใหม่อีก 5.6 หมื่นล้าน
แสนสริ ยังเผยว่า ล่าสุดบริษัทยังสร้างยอดขายรวมไปได้ถึง 27,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นเกือบ 50% จากเป้าหมายยอดขาย 55,000 ล้านบาท โดยในครึ่งปีหลัง แสนสิริยังมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่อีก 39 โครงการ มูลค่ารวม 56,700 ล้านบาท ไฮไลต์โครงการที่เตรียมเปิดตัวในไตรมาส 3 อาทิ “บูก้าน พัฒนาการ” บ้านเดี่ยวรูปแบบ Luxury Private Villa ที่มาพร้อมฟังก์ชันพิเศษ ในสังคมคุณภาพเพียง 17 ยูนิต ราคา 65-115 ล้านบาท* เตรียมเปิดตัวในช่วงปลายเดือนกันยายน และการเปิดตัว New Luxury Condominium หนึ่งในโครงการไฮไลต์ของแสนสิริในปีนี้ ทำเล “ราชเทวี” จ่อคิวเปิดตัวเดือนสิงหาคมนี้
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล (Interim dividend) จากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม - 30 มิถุนายน 2566 ซึ่งเป็นที่น่าพึงพอใจ ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 0.10 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 28 สิงหาคม 2566 และกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 12 กันยายน 2566 นี้.