ร่วมมือ-จับปลอมหลอกลงทุน เสนอเอาผิดแพลตฟอร์มแพร่ข้อมูลหลอกลวง

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ร่วมมือ-จับปลอมหลอกลงทุน เสนอเอาผิดแพลตฟอร์มแพร่ข้อมูลหลอกลวง

Date Time: 25 ก.ค. 2566 05:05 น.

Summary

ตลาดหลักทรัพย์นำภาคตลาดทุนผนึกกำลังภาครัฐ “ร่วมมือ-จับปลอมหลอกลงทุน” แลกเปลี่ยนข้อมูล ตรวจสอบ ชี้เป้าข่าวปลอม หลังพบช่วง 15 เดือนคดี “หลอกลงทุนออนไลน์” สร้างความเสียหายสูงที่สุดถึง 1.15 หมื่นล้านบาท ด้าน FETCO เสนอเอาผิดแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ทำคนไทยตกเป็นเหยื่อ

Latest

พาณิชย์เกาะติดสหรัฐฯ งัดข้อคู่ค้า จับตาขั้นตอน-กรอบเวลา หลังมาตรการภาษีตอบโต้เป็นโมฆะ

ตลาดหลักทรัพย์นำภาคตลาดทุนผนึกกำลังภาครัฐ “ร่วมมือ-จับปลอมหลอกลงทุน” แลกเปลี่ยนข้อมูล ตรวจสอบ ชี้เป้าข่าวปลอม หลังพบช่วง 15 เดือนคดี “หลอกลงทุนออนไลน์” สร้างความเสียหายสูงที่สุดถึง 1.15 หมื่นล้านบาท ด้าน FETCO เสนอเอาผิดแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ทำคนไทยตกเป็นเหยื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จับมือพันธมิตร ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.), สภาธุรกิจตลาดทุนไทย, สมาคมธนาคารไทย, สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย, สมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์, เอ็ม เอ ไอ, สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย, สมาคมบริษัทจัดการลงทุน, กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน, ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ประกาศเจตนารมณ์ “ร่วมมือ-จับปลอมหลอกลงทุน” โดยแลกเปลี่ยนข้อมูล ตรวจสอบและชี้เป้าข่าวปลอม พร้อมรณรงค์เตือน-ตอกย้ำประชาชนสร้างภูมิคุ้มกันด้วยสติ เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ

ทั้งนี้ มีข้อมูลว่า คดีอาชญากรรมออนไลน์ที่คนไทยตกเป็นเหยื่อ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.หลอกซื้อขายสินค้า/บริการ 108,383 ครั้ง 2.หลอกให้โอนเงินเพื่อทำงาน 38,669 ครั้ง 3.หลอกให้กู้เงิน 35,121 ครั้ง 4.หลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ 23,545 ครั้ง และ 5.ข่มขู่หลอกลวงทางโทรศัพท์ (Call Center) 21,482 ครั้ง โดยคดี “หลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์” มีมูลค่าความเสียหายสูงที่สุดรวมกว่า 11,500 ล้านบาท ในช่วงเวลา 15 เดือนที่ผ่านมา

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า มิจฉาชีพหลอกลวงลงทุนผ่านสื่อโซเชียลมีเดียมีจำนวนมาก มีการแอบอ้างองค์กร ชื่อ ภาพ ผู้บริหารหลายหน่วยงาน รวมทั้งบุคคลที่มีชื่อเสียง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ประชาชน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงร่วมกับภาคตลาดทุน และภาครัฐ ริเริ่มโครงการ “ร่วมมือ-จับปลอมหลอกลงทุน” โดยเฟสแรกจะร่วมกันตีแผ่ข้อเท็จจริง ชี้เป้าข่าวเท็จ ควบคู่กับการให้ความรู้ สร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้ลงทุน และประชาชนไม่ให้เป็นเหยื่อมิจฉาชีพ และเฟสถัดไปจะร่วมกันพัฒนากระบวนการจับปลอมหลอกลงทุนให้ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

“ขอเชิญประชาชน “ร่วมมือ-จับปลอมหลอกลงทุน” เช็ก ชี้ แฉ หากพบเห็นการเชิญชวนลงทุนโดยให้ผลตอบแทนสูงเกินจริงภายในระยะเวลาสั้น หรือแอบอ้างองค์กร บุคคลที่มีชื่อเสียง อย่าเพิ่งหลงเชื่อ ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ สอบถามองค์กรที่ถูกอ้างถึงโดยตรง หรือตรวจสอบรายชื่อบุคคล ผู้ประกอบธุรกิจหรือบริการทางการเงินว่าได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลหรือไม่”

ด้านนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า เตรียมเสนอ 3 แนวทางป้องกัน คือ 1.หารือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และตำรวจ เอาผิดแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ที่เป็นประตูเผยแพร่ข้อมูลหลอกลวงประชาชน เช่น เฟซบุ๊ก ที่ได้รับเงินสนับสนุนการโฆษณาจากมิจฉาชีพ โดยหากพบข้อมูลหลอกลวง ให้ตำรวจแจ้งเตือนเจ้าของแพลตฟอร์ม และขอให้ปิดช่องทาง หรือปิดเพจ หากไม่ร่วมมือ อาจเข้าข่ายผู้มีส่วนร่วมทำผิด และเข้าข่ายผิดกฎหมาย 2.ให้รางวัลนำจับผู้แจ้งเบาะแส 3.ขอความร่วมมือกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน มาใช้เป็นกองทุนปกป้องนักลงทุน เช่น พัฒนาโปรแกรม ช่วยตรวจจับแพลตฟอร์มหลอกลวง

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาออกมาตรการป้องกันภัยทางการเงินต่อเนื่อง เช่น ยกเลิกส่ง SMS อีเมลที่แนบลิงก์จากธนาคาร, เตือนผู้ใช้บริการ Mobile Banking ก่อนทำธุรกรรม สแกนใบหน้ายืนยันตัวตนก่อนโอนเงินเกิน 50,000 บาทต่อครั้ง หรือยอดโอนสะสมทุก 200,000 บาทต่อวันต่อบัญชี ให้ความรู้ทางการเงิน แต่การป้องกันภัยต้องเริ่มต้นที่ตัวเรา โดยเช็กข้อมูลธุรกรรมการเงินของตัวเองสม่ำเสมอ วิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้านทุกครั้งก่อนลงทุน ติดตามข่าวสารภัยการเงิน เพื่อรู้เท่าทันกลโกง ไม่ตกเป็นเหยื่อ.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ