"อนุพงษ์" โยนรัฐบาลใหม่แก้หนี้บีทีเอส

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

"อนุพงษ์" โยนรัฐบาลใหม่แก้หนี้บีทีเอส

Date Time: 14 มิ.ย. 2566 07:36 น.

Summary

หลังการประชุม ครม.เสร็จสิ้นลง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ถึงแนวทางการแก้ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียว กรณีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้พบกับผู้บริหาร บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บีทีเอส) และตกลงที่จะเสนอให้ที่ประชุมสภาฯ กทม.เดือน ก.ค.ใช้หนี้ให้บีทีเอสในส่วนแรกก่อน 20,000 ล้านบาท

Latest

ใจดี!ลดราคาดีเซล-เบนซินลงอีก 50 สต.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า หลังการประชุม ครม.เสร็จสิ้นลง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ถึงแนวทางการแก้ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียว กรณีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้พบกับผู้บริหาร บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บีทีเอส) และตกลงที่จะเสนอให้ที่ประชุมสภาฯ กทม.เดือน ก.ค.ใช้หนี้ให้บีทีเอสในส่วนแรกก่อน 20,000 ล้านบาท คืองานวางระบบอาณัติ สัญญาณรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งหากมีการเสนอเรื่องมายัง ครม.รักษาการ จะสามารถอนุมัติให้ได้หรือไม่ หลังจากนั้น พลเอกประยุทธ์ เปิดเผยว่า การแก้ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่ผ่านมารัฐบาลได้ทำตามกรอบอำนาจของรัฐบาล ซึ่งการหารือระหว่างผู้ว่าฯ กทม.กับบริษัทเอกชนก็ต้องว่ากันไป ส่วนต้องรอจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่หรือไม่ ยังไม่ทราบ ซึ่งการพูดคุยกันเรื่องการใช้จ่ายหนี้อยู่ในกรอบอำนาจของผู้ว่าฯ กทม. ส่วนการพิจารณาเรื่องนี้ ต้องมาถึงรัฐบาลหรือไม่นั้น ต้องดูอีกทีว่ารัฐบาลจะทำได้แค่ไหนอย่างไร

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า กทม.พยายามหาแนวทางดูแลเรื่องนี้ แต่หากทำเรื่องมาถึง ครม.แต่ ครม.คงไม่สามารถพิจารณาได้ตามระเบียบ กกต.ต้องรอรัฐบาลใหม่ ปัญหาเรื่องหนี้สินที่มีจะใช้งบประมาณจากที่ใด กทม.ก็คงไม่มี เหลือทางที่จะทำได้ คือให้เอกชนทำ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นก็ต้องเข้าคณะกรรมการนโยบายร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน หรือ PPP ซึ่งต้อง รออีกหลายปีกว่าจะเป็นสมบัติของ กทม.ในปี 2573 ระหว่างนี้หนี้สินจะใช้เงินเท่าไหร่ เหลือทางออกเดียว คือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลใหม่ ตอนนี้ภาระหนักจึงตกที่บริษัท เพราะต้องเดินรถให้บริการประชาชน ขณะเดียวกัน กทม.ก็ยังไม่มีความสามารถที่จะจ่ายหนี้ แต่จะต้องมีการหาทางแก้ไขอยู่แล้ว

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวว่า ต้องไปดูข้อบังคับของ กทม.ว่าการเอาเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ กทม.แล้วจะต้องกลับมารายงาน ครม.หรือไม่ ที่สำคัญคือ กทม.มีเงินใช้หนี้ให้กับบีทีเอสหรือไม่ หากไม่มีก็ต้องมาของบประมาณจาก ครม. ซึ่งหมายความว่า ครม.จะต้องพิจารณาอนุมัติ แล้วต้องเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้อยู่ดี.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ