
นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรไม่ได้นิ่งนอนใจปัญหาการลักลอบนำเข้าเนื้อหมูแช่แข็งจากต่างประเทศแต่อย่างใด ซึ่งที่ผ่านมาประสานงานกับทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันป้องกันปราบปรามสกัดการลักลอบนำเข้าเนื้อหมูแช่แข็งทุกช่องทาง เนื่องจากเนื้อหมูที่ลักลอบนำเข้ามานั้น เป็นเนื้อหมูที่ไม่มีคุณภาพ ใกล้หมดอายุจึงนำออกมาจากจุดจำหน่ายจากประเทศนั้นๆ ซึ่งการลักลอบนำเข้าเนื้อหมูจากต่างประเทศ นอกจากจะส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยงสุกรในประเทศแล้ว ยังจะส่งผลเสียต่อสุขภาพคนไทย ดังนั้นต้องทำอย่างเต็มที่ในการสกัดและป้องกันการลักลอบนำเข้าเนื้อหมูแช่แข็งจากต่างประเทศ
นายพชร กล่าวอีกว่า กรณีที่มีข้อกล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเข้าเนื้อหมูแช่แข็งนั้น ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องภายในกรมศุลกากรแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย.นี้ ขณะเดียวกัน ได้ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมตรวจสอบกรณีการลักลอบนำเข้าเนื้อหมูแช่แข็งแล้ว โดยปริมาณหมูแช่แข็งที่ลักลอบและรอการส่งทำลายนั้น มีอยู่ประมาณ 4.5 ล้านตัน ซึ่งเป็นการลักลอบนำเข้ามาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว
“การลักลอบนำเข้าเนื้อหมูแช่แข็งนั้น ต้องร่วมมือกับหลายฝ่าย กรมปศุสัตว์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะการนำเข้าเนื้อหมูแช่แข็งนั้น นอกจากต้องมีใบนำเข้า มีใบขนย้ายแล้ว ต้องมีห้องเย็นด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาร่วมสอบสวนแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของตำรวจ ส่วนของกรมศุลกากร จะตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบหรือไม่”.