
นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวถึงการจัดทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ (Zero-based budgeting) ซึ่งเป็นหนึ่งในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) 8 พรรคที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ว่า สำนักงบประมาณเตรียมหารือกับรัฐบาลใหม่เพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันว่าการจัดทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ จะทำในระดับใด เพราะทำได้ทั้งในการจัดทำงบประมาณใหม่ทั้งหมด หรือทำเฉพาะงบลงทุน โดยกรณีที่จะทำงบประมาณใหม่ทั้งหมดก็ต้องมาดูทั้งงบประจำและงบลงทุน ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลานาน เพราะหน่วยงานรับงบประมาณมีจำนวนมาก ส่วนงบประมาณประจำก็ต้องดูว่าจะจัดสรรเงินเดือน ค่าจ้างให้กับบุคลากรภาครัฐ รวมทั้งอัตราใหม่ที่จะมีการขอเพิ่มจำนวนบุคลากรว่ามีความเหมาะสมจำเป็นหรือไม่ เพราะรายจ่ายประจำเพิ่มขึ้นทุกปี
พร้อมกันนี้ จะชี้แจงให้รัฐบาลใหม่รับทราบด้วยว่า ตอนนี้มีการจัดทำงบประมาณแบบฐานศูนย์อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นเครื่องมือในการจัดทำงบประมาณที่ใช้ในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายลงทุนในแต่ละปี ที่พิจารณาดูความสอดคล้อง
กับความจำเป็นประสิทธิภาพของการใช้จ่ายงบประมาณ เพราะเริ่มต้นตั้งแต่ดูตัวโครงการว่าผลลัพธ์ของโครงการที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างไร รวมทั้งมีการจัดทำเครื่องมือในการวัดประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเพื่อประเมินการจัดสรรงบประมาณในปีงบประมาณต่อไปด้วย เพื่อมีการพิจารณาถึงความจำเป็นในแต่ละปีงบประมาณ หากเป็นโครงการที่ต่อเนื่องมาทุกปีก็ต้องดูประสิทธิภาพของการใช้งบประมาณด้วย ซึ่งเรามีเครื่องมือในการประเมินประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณอยู่แล้วเพื่อให้การตั้งงบประมาณในปีต่อๆไปมีประสิทธิภาพ
“ต้องชี้แจงว่าระบบงบประมาณของไทยไม่ได้เป็นแบบกำหนดว่าปีที่แล้วตั้งงบเท่าไหร่ แล้วปีนี้จะเพิ่มหรือลดกี่เปอร์เซ็นต์ ข้อเท็จจริงไม่ได้ทำแบบนั้น แต่มีเกณฑ์มีหลักคิดในการจัดทำโดยมีการทบทวนเป้าหมาย ตัวชี้วัดผลผลิต กิจกรรมที่มีผลสัมฤทธิ์ ความสอดคล้องกับแผนงาน นโยบาย และยุทธศาสตร์ชาติ แล้วกำหนดเป็นงบประมาณที่จัดสรรให้กับหน่วยรับงบประมาณ ซึ่งคล้ายๆกับการทำงบประมาณฐานศูนย์อยู่แล้ว ทั้งนี้ ต้องรับฟังนโยบายของรัฐบาลใหม่ ซึ่งในเรื่องนี้ไม่ได้กังวลเพราะสำนักงบประมาณเป็นข้าราชการเราเป็นกลไกที่จะต้องปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลเพื่อให้นโยบายสามารถนำไปปฏิบัติได้ตามกรอบของงบประมาณที่มีอยู่ตามข้อเท็จจริง”.