วิกฤติค่าไฟถล่มรัฐบาล

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

วิกฤติค่าไฟถล่มรัฐบาล

Date Time: 25 เม.ย. 2566 05:44 น.

Summary

ปฏิบัติการ “ชักฟืนออกจากกองไฟ” ของคณะอนุกรรมการค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2566 ที่ผ่านมา อาจจะไม่เพียงพอที่จะดับพายุอารมณ์ของคนไทยทั้งประเทศ

Latest

ททท.ปรับเกมท่องเที่ยวปี 69 ลุยคุณภาพดันรายได้ 3 ล้านล.

ปฏิบัติการ “ชักฟืนออกจากกองไฟ” ของคณะอนุกรรมการค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2566 ที่ผ่านมา อาจจะไม่เพียงพอที่จะดับพายุอารมณ์ของคนไทยทั้งประเทศ จากปัญหาค่าไฟฟ้าแพงหฤโหด แม้ว่าจะยอมกลืนเลือด ลดค่าไฟฟ้าเฉลี่ยงวดที่ 2 (พ.ค.–ส.ค.) ของปีนี้ลง 7 สตางค์ (สต.) ต่อหน่วย จากเดิมที่ประกาศจัดเก็บ 4.77 บาทต่อหน่วย เหลือ 4.70 บาทต่อหน่วย

เพราะต้องยอมรับว่า ระหว่างเดือน มี.ค.-เม.ย. ของทุกๆปี เป็นวัฏจักรที่คนไทยต้องเผชิญกับสภาวะอากาศที่ร้อนรุนแรงจนต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ เปิดพัดลมกันเกือบตลอดทั้งวัน เมื่อมาเจอกับบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือน มี.ค.-เม.ย.ที่ผ่านมา ต่างช็อกไปตามๆกัน เพราะค่าไฟฟ้าของทุกครัวเรือนปรับเพิ่มขึ้นจนผิดปกติ ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะข้าวยากหมากแพง

ทำให้ประชาชน ชาวบ้านร้านตลาด ผู้ประกอบการเจ้าของกิจการร้านค้า โรงงานอุตสาหกรรม ตลอดจนคนในวงการบันเทิง ต่างแสดงพลังผ่านช่องทางสื่อสาร อาทิ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม โชว์บิลค่าไฟฟ้าแพงหูฉี่เพื่อสื่อสารไปถึงรัฐบาลอย่างดุดัน

โดยเหตุผลสำคัญของการลดค่าไฟฟ้า 7 สต.ต่อหน่วย สืบเนื่องจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ถูกบีบให้ออกหน้า ขอยืดหนี้ค่าไฟฟ้าที่ กฟผ.แบกรับภาระแทนประชาชนไปก่อนหน้านี้รวม 130,000 ล้านบาท จากเดิมที่ต้องได้รับคืน 5 งวด หรือ 20 เดือน ตามวงรอบการจัดเก็บค่าเอฟที จากงวดละ 27,000 ล้านบาท มาเป็น 6 งวด หรือ 24 เดือน หรืองวดละ 22,000 ล้านบาท ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในงวดที่ 2 (พ.ค.-ส.ค.) ลดลงได้ 7 สต.ต่อหน่วย

อย่างไรก็ตาม กฟผ.ได้แจ้งต่อคณะอนุกรรมการเอฟทีว่า ค่าไฟฟ้าในงวดที่ 3 (ก.ย.–ธ.ค.) คงไม่สามารถเยียวยาใครได้อีกแล้ว เพราะขณะนี้ กฟผ.แบกภาระหนี้แทนประชาชนไปแล้ว 130,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน เมื่อสาวไปถึงข้อมูลอีกด้านหนึ่ง กลับพบว่าเมื่อคิดจากค่าไฟฟ้าในงวดที่ 1 (ม.ค.-เม.ย.) ที่เรียกเก็บ 4.72 บาทต่อหน่วย และในงวดที่ 2 (พ.ค.-ส.ค.) ที่จะจัดเก็บเหลือ 4.70 บาทต่อหน่วย หรือลดลงให้ 7 สตางค์นั้น เท่ากับว่าในงวดที่ 2 รัฐบาลลดค่าไฟฟ้าให้ประชาชนเพียง 2 สต.ต่อหน่วยเท่านั้น!!!!!!!

ซึ่งค่าไฟฟ้าอัตรา 4.72 บาทต่อหน่วยดังกล่าวยังไม่ใช่อัตราปกติ เพราะเป็นอัตราจัดเก็บเฉพาะภาคที่อยู่อาศัยของประชาชนในกลุ่มบ้านเรือนเท่านั้น หากไม่ได้รับการอุดหนุนส่วนลดค่าก๊าซธรรมชาติจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) แล้ว จะทำให้ค่าไฟฟ้าเหลือเพียงอัตราเดียวที่เท่ากับภาคอุตสาหกรรมคือ 5.63 บาทต่อหน่วย จึงอยู่ที่มุมมองที่อาจแตกต่างกันไปว่า แท้จริงแล้วมีการลดเพียง 2 สต.ต่อหน่วย หรือลด 91 สต.ต่อหน่วย จากการนำอัตราเดิมก่อนหน้านี้คือราคา 5.63 สต.มาหักลบ

ขณะเดียวกัน สิ่งที่คนใช้ไฟฟ้าต้องตระหนักและยอมรับความจริงก็คือ ประเทศไทยไม่มีแหล่งพลังงานขนาดใหญ่สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ที่เป็นเชื้อเพลิงหลัก คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 60% ของเชื้อเพลิงรวม และปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนผ่านผู้รับสัมปทานสำรวจและผลิตของแท่นขุดเจาะขนาดใหญ่ในอ่าวไทย ทำให้ปริมาณก๊าซธรรมชาติจากแหล่งผลิตในประเทศลดลง ส่งผลให้ต้องนำเข้าแอลเอ็นจีเพิ่มเติมอีก

ที่สำคัญปีที่ผ่านมายังเกิดวิกฤติการขาดแคลนแอลเอ็นจีไปทั่วโลก เพราะสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ราคาดีดตัวไปแตะ 60-80 เหรียญสหรัฐฯต่อล้านบีทียู ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้น แม้ว่าขณะนี้ราคาจะร่วงลงมาที่ระดับ 11-13 เหรียญฯเท่านั้น

แต่ด้วยภาวะสุญญากาศระหว่างรอผลการเลือกตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ทำให้ขณะนี้มีรัฐบาลก็เหมือนมีศาลเพียงตา มิหนำซ้ำระหว่างมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ก็ไม่เคยยื่นมือเข้ามาแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าอย่างยั่งยืนแต่อย่างใด

ดังนั้น หากคนไทยต้องการลดภาระค่าไฟฟ้า ก็ต้องประหยัดพลังงาน โดยใช้หลัก 4 ป. ปฏิบัติการ คือ ปิด-ปรับ-ปลด-เปลี่ยน การใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อความประหยัดของครัวเรือน คือ ปิด-การปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น ปรับ-ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 องศาเซลเซียส การปรับอุณหภูมิเพิ่ม 1 องศา สามารถประหยัดไฟเพิ่มขึ้น 10% และปรับคูลโหมด (Cool) เป็นแฟนโหมด (Fan)

ปลด-ปลดปลั๊กไฟฟ้าเมื่อเลิกใช้งาน เปลี่ยน-เปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานเบอร์ 5 เปลี่ยนเวลาที่ใช้ไฟฟ้า คือหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นใน 2 ช่วงเวลา คือ เวลา 13.00-15.00 น. และ 19.00-21.00 น.

แต่ที่สำคัญ ทั้งหมดทั้งมวลโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าจะถูกหรือแพง อยู่ที่ฝีมือรัฐบาลจะกล้ารื้อและวางระบบกติกาเข้มแข็งที่เป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้าหรือไม่!!!!!

เกรียงไกร พันธุ์เพ็ชร


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ