ช่องทางเช็กสิทธิ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2566" คนเก่า-คนใหม่ ต้องทำอย่างไร

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ช่องทางเช็กสิทธิ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2566" คนเก่า-คนใหม่ ต้องทำอย่างไร

Date Time: 27 ก.พ. 2566 13:00 น.

Video

เบื้องหลังโลก “คริปโต” จากเคยถูกต่อต้าน ทำไมตอนนี้ทั้งรัฐบาล ธนาคารถึงยอมรับ ? | Digital Frontiers EP.52

Summary

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐล่าสุด 2566 เตรียมประกาศรายชื่อผู้ "ผ่านคุณสมบัติ" 1 มีนาคม 2566 ไขข้อสงสัยผู้ที่ถือบัตรเดิม หรือ บัตรคนจน คนเก่า ต้องทำอย่างไร

Latest


บัตรสวัสดิการแห่งรัฐล่าสุด 2566 เตรียมประกาศรายชื่อผู้ "ผ่านคุณสมบัติ" 1 มีนาคม 2566 ไขข้อสงสัยผู้ที่ถือบัตรเดิม หรือ บัตรคนจน คนเก่า ต้องทำอย่างไร

ความคืบหน้าโครงการเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐล่าสุด หรือ บัตรคนจนรอบใหม่ ที่เตรียมประกาศรายชื่อผู้ "ผ่านคุณสมบัติ" ในวันที่ 1 มีนาคม 2566 มีรายงานว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังพร้อมที่จะนำเสนอความคืบหน้าของการลงทะเบียนโครงการบัตรคนจนรอบใหม่ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566

เมื่อเสนอ ครม.แล้ว กระทรวงการคลังก็จะเปิดให้ตรวจสอบสิทธิ และยืนยันตนตัวเพื่อรับสิทธิ และคาดว่าโครงการจะเริ่มจ่ายเงินสิทธิได้ประมาณวันที่ 1 เมษายน 2566 และหลังจาก นำเสนอ ครม.แล้ว จะประกาศไทม์ไลน์อย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ช่องทางเช็กสิทธิบัตรคนจน

สำหรับการประกาศจะใช้รูปแบบการตรวจสอบแบบรายบุคคล ผ่านเว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th โดยไม่มีเอกสารการประกาศรายชื่อรวม ดังนั้น เมื่อมีการประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติ ขอให้ผู้ที่ได้ลงทะเบียนไว้กดตรวจสอบด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ได้ และระวังกรณีที่มีบุคคลมาขอข้อมูล เพื่อช่วยตรวจสอบสิทธิให้ ฝากพี่น้องประชาชนให้รักษาสิทธิของตัวเอง อย่าให้คนอื่นมาหลอกลวงในเรื่องการยืนยันตัวตน

บัตรคนจน คนเก่า ทำอย่างไร

ส่วนคนที่ถือบัตรเดิมอยู่ก็ยังใช้สิทธิได้จนกว่าคลังจะประกาศตัดโครงการเดิม ในส่วนผู้ที่ถือบัตรอยู่ และได้รับสิทธิรอบใหม่ด้วย ก็สามารถเปลี่ยนไปใช้สิทธิใหม่ได้เลย

ในส่วนผู้ที่ถือบัตรแต่ไม่ได้รับสิทธิรอบใหม่แล้วยังคงมีสิทธิเดิมเหลืออยู่ คลังก็ยังชดเชยให้ตามสิทธิที่ต้องได้รับ และทดการใช้จ่ายไปในอีก 1 เดือนถัดไป หลังประกาศตัดโครงการเก่าได้

คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ดังนี้

1. มีสัญชาติไทย

2. อายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

3. ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของหน่วยงานของรัฐ ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ ผู้รับบำเหน็จรายเดือน ผู้รับบำนาญปกติ หรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ ข้าราชการการเมือง ส.ส. และ ส.ว.

4. รายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี และหากมีครอบครัว รายได้เฉลี่ยของครอบครัว ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี

5. ทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่ เงินฝาก สลาก พันธบัตร และตราสารหนี้ภาครัฐ ของผู้ลงทะเบียนต้องมีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน และหากมีครอบครัว ทรัพย์สินทางการเงินเฉลี่ยของครอบครัว มีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน

6. ต้องไม่มีบัตรเครดิต

7. ต้องไม่มีวงเงินกู้ เกินเกณฑ์กำหนด ได้แก่ วงเงินกู้สำหรับที่อยู่อาศัยรวมไม่เกิน 1.5 ล้านบาท หรือวงเงินกู้สำหรับยานพาหนะรวมไม่เกิน 1 ล้านบาท

หลักเกณฑ์การถือครองอสังหาริมทรัพย์

ส่วนเกณฑ์การถือครองอสังหาริมทรัพย์ ต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ดังนี้

  • กรณีผู้ลงทะเบียนไม่มีครอบครัว กรณีอยู่อาศัยอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา หรือห้องชุดต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร ส่วนกรณีเป็นที่อยู่อาศัย และใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่ หรือในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตรจะต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่
  • กรณีที่ดินแยกจากที่อยู่อาศัย ที่เป็นที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่ หรือใช้กรณีอื่นต้องไม่เกิน 1 ไร่ ส่วนกรณีมีครอบครัวกรรมสิทธิ์ในที่ดินของผู้ลงทะเบียนและคู่สมรส แต่ละคนต้องไม่เกิน 25 ตารางวา ห้องชุดของแต่ละคนต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร
  • กรณีเป็นที่อยู่อาศัยและใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 20 ไร่ หรือในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตรจะต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 2 ไร่ ส่วนที่ดินแยกจากที่อยู่อาศัย ในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 20 ไร่ หรือกรณีใช้ประโยชน์ด้านอื่นต้องไม่เกิน 2 ไร่.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ