
สินเชื่อกลุ่มยานยนต์เริ่มน่าจับตา หลังเห็นพบลูกหนี้ Stage 2 เพิ่มขึ้น 4 ไตรมาสติดต่อกัน นักวิเคราะห์ชี้ เงินเฟ้อ ดอกเบี้ยขาขึ้น กำลังกัดกินลูกหนี้ หวังการฟื้นตัวปีหน้าช่วยลูกหนี้ฟื้น
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยการลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ เปิดเผยว่า ทิศทางของสถานการณ์หนี้ของคนไทยยังมีความน่าเป็นห่วงมากขึ้น แม้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL จะอยู่ที่ 2.77% ลดลงจากช่วงก่อนหน้าที่ 2.88% แต่หากพิจารณาในไส้ในจะพบว่า หนี้ในกลุ่ม Stage 2 เริ่มมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าจับตา โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อรถยนต์ที่เป็นกลุ่มเดียวที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ปัจจัยที่ทำให้กลุ่มลูกหนี้มีความเปราะบางมากขึ้น เพราะในไตรมาสที่ 3 ผ่านมา การปรับดอกเบี้ยนโยบายมีทิศทางที่ขยับขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อ อัตราดอกเบี้ย MLR ปรับตัวเพิ่มขึ้นซึ่งจะส่งผ่านไปยังต้นทุนดอกเบี้ยของผู้ที่เป็นหนี้เพิ่มขึ้นขณะที่ภาวะเงินเฟ้อกดดันให้ราคาสินค้าแพงขึ้นต้นทุนในการใช้ชีวิตก็เพิ่มขึ้น
แม้ในช่วงที่ผ่านมาการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นแต่ไม่ทั่วถึงโดยการฟื้นตัวเป็นลักษณะตัว K Shape Recovery โดยในขาล่างรายได้ยังไม่ฟื้นตัวกลับมาปกติ ในขณะที่รายจ่ายนั้นเพิ่มขึ้น ทำให้กลุ่มลูกหนี้กลุ่มนี้อยู่ในภาวะขาดสภาพคล่อง สอดคล้องกับรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย ในช่วงไตรมาสที่ 3 เริ่มเห็นสัญญาณของลูกหนี้ที่อยู่ Stage 2 โดยขาดส่งหนี้ในระยะ 1-3 เดือน กลุ่มที่มีความเสี่ยงทางเครดิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพิ่มขึ้น 4 ไตรมาสติดต่อกัน
อย่างไรก็ตาม ภาวะของลูกหนี้หลังจากนี้ โดยเฉพาะในกลุ่ม K ขาล่างต้องติดตามว่ามีปัญหาเพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในอนาคตยังพึ่งพิงกับปัจจัยภายนอกประเทศอย่างมาก ต้องเจอกับความท้าทายทั้ง เศรษฐกิจของสหรัฐฯ และยุโรป ยังมีเรื่องร้อนอีกมาก รวมถึงมาตรการ Zero covid ของจีนจะเป็นอย่างไรจะมีการเปิดประเทศหรือไม่ ซึ่งจะมีผลโดยตรงกับการท่องเที่ยวของไทยกับเศรษฐกิจในภาพรวมด้วย
สำหรับความเข้มแข็งของสถาบันการเงินนั้น ในฝั่งของธนาคารพาณิชย์มีความแข็งแกร่งในรองรับปัญหานี้ได้อยู่แล้ว ที่ผ่านมาสินเชื่อขยายตัวลดลง จากการชำระคืนของสินเชื่อที่ให้แก่ ภาครัฐ และการเร่งบริหารจัดการหนี้ ทั้งนี้สินเชื่อยังขยายตัวได้ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยหลังจากการสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และสินเชื่ออุปโภคบริโภค ส่วนสินเชื่อ SMEs หดตัวจากสินเชื่อ Soft loan ที่ทยอยคืนเป็นสำคัญ แต่ต้องเกาะติดกลุ่มผู้ปล่อยสินเชื่อที่ไม่ธนาคารพาณิชย์จะมีความแข็งแกร่งรองรับได้หรือไม่