
ศูนย์วิจัย EIC ประเมิน GDP ปี 66 โต 3.4% ท่องเที่ยวคึกคัก นักท่องเที่ยวพุ่ง 28 ล้านคน แนะเร่งช่วยธุรกิจกลางเล็กให้กลับมาอีกครั้ง มองความเสี่ยงเงินเฟ้อยังกดดัน คาด กนง.ขึ้นดอกเบี้ยถึงกลางปีหน้า
ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ รองผู้จัดการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Economic Intelligence Center (EIC). ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดเผยว่า EIC ประเมินการเติบโตของ GDP ไทยมีปี 2566 อยู่ที่ 3.4% โดยแรงหนุนสำคัญมาจากการท่องเที่ยวที่ถือเป็นเครื่องยนต์หลักเพียงตัวเดียว โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามากกว่า 28.3 ล้านคน ขณะที่ความท้าทายของเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอนจะเป็นความเสี่ยงสำคัญ
“การท่องเที่ยวจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจไทยปี 2566 ซึ่งมองว่านักท่องเที่ยวจะเข้ามาถึง 28.3 ล้านคน ดังนั้นเราต้องเตรียมความที่จะรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะในผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก”
ทั้งนี้ ประมาณการนักท่องเที่ยวดังกล่าวตั้งอยู่บนสมมติฐานประเทศจีนจะเปิดประเทศในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2566 และคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาประมาณ 4 ล้านคน ที่ผ่านมาเริ่มเห็นสัญญาณนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาประเทศไทยบ้างแล้ว แม้จะยังไม่เปิดประเทศ แต่เข้ามาผ่านวีซ่านักธุรกิจ ทาง EIC เริ่มเห็นสัญญาณการเปิดประเทศ ทั้งการเปิดเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้น และในขณะเดียวกันเริ่มลดระยะเวลาการกักตัวลง
มุมมองของ EIC เราไม่ได้กังวลในเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามา แต่เรากังวลในเรื่องการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการโรงแรมและการท่องเที่ยวโดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก เพราะการกลับมาเปิดธุรกิจอีกครั้งมีค่าใช้จ่าย ซึ่งเราต้องประเมินตรงนี้ให้ดี ทั้งนี้ การท่องเที่ยวถือเป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ขับเคลื่อนธุรกิจในปีหน้า
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะเผชิญกับความท้าทาย เศรษฐกิจโลกเติบโตไม่สอดคล่องกัน จีนเริ่มเห็นจุดต่ำสุด ยุโรปกำลังเจอปัญหาและน่าจะเผชิญกับความถดถอยในปีนี้ ส่วนสหรัฐฯ น่ากังวลใจ
เห็นได้ว่าแต่ละประเทศมีปัญหาที่ต่างกันและคาดว่าการแก้ปัญหาของประเทศหนึ่งจะส่งผลกระทบไปยังประเทศหนึ่ง และเมื่อเกิดความไม่ชัดเจนการทำนโยบายการแก้ปัญหามักจะทำเผื่อไว้ด้วย ดังนั้นถ้าเศรษฐกิจโลกมีปัญหาชะลอการส่งออกของไทยก็อาจชะลอไปด้วย
ส่วนประเทศไทยเองก็มีปัญหาในเรื่องเงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยสูง หนี้สูง เริ่มมีความไม่แน่นอนทางการเมืองเพิ่มขึ้น ปัจจัยที่ต้องจับตา คือ ราคาพลังงานที่จะยังคงสูงต่อเนื่อง แม้ราคาน้ำมันโลกจะปรับตัวลดลง แต่ราคาน้ำมันในประเทศอาจจะลดลงได้ช้ากว่า เพราะมีปัญหาจากเงินกองทุนน้ำมันที่มีหนี้สะสมกว่า 1.3 แสนล้านบาท ต้องมีการบริหารจัดการหนี้ในส่วนนี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลังจากนี้ มองว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง.น่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งต่อเนื่อง โดยคาดวาอัตราดอกเบี้ยจะขึ้นไปอยู่ที่ 2% ก่อนที่จะชะลอดูสถานการณ์ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงกลางปีหน้าจะเป็นอย่างไร โดย EIC มองว่า ระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2% ต่อปีจะไม่ใช่ระดับที่สูงที่สุดของรอบดอกเบี้ยรอบนี้