
นางสาวกุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยถึงผลการใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 (1.ต.ค.64-31 ก.ค.65) ว่า ภาพรวมใช้จ่ายแล้ว 2,670,217 ล้านบาท คิดเป็น 86.14% ของวงเงินงบประมาณ 3.10 ล้านล้านบาท จำแนกเป็น รายจ่ายลงทุนใช้จ่ายแล้ว 459,180 ล้านบาท คิดเป็น 76.08% ของวงเงินงบประมาณ 603,510 ล้านบาท รายจ่ายประจำใช้จ่ายแล้ว 2.21 ล้านล้านบาท คิดเป็น 88.57% ของวงเงินงบประมาณ 2.49 ล้านล้านบาท สำหรับเงินงบประมาณที่กันไว้เบิกเหลื่อมปีใช้จ่ายแล้ว 235,526 ล้านบาท คิดเป็น 98.74% ของวงเงินงบประมาณ 238,532 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลได้เร่งรัดการเบิกจ่ายเงินงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อให้เม็ดเงินกระจายสู่ระบบเศรษฐกิจให้มากที่สุด
ทั้งนี้ ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 กรมบัญชีกลางได้ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 โดยปรับปรุงหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้มีสิทธิหรือบุคคลในครอบครัวติดเชื้อโควิด-19 โดยเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้มีสิทธิเบิกจ่ายค่ายาที่มีราคาแพงสำหรับกลุ่มโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง ได้แก่ กลุ่มโรคมะเร็งและโลหิตวิทยา 7 รายการยา กลุ่มโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง 3 รายการยา และกลุ่มโรคทางระบบประสาท 1 รายการยา นอกจากนี้ยังคงกำกับดูแลการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาล โดยกำหนดอัตราเบิกจ่าย ค่ายาเพิ่มขึ้นอีก 6 รายการ ซึ่งเป็นยาที่มีจำหน่ายทั้งยาต้นแบบและยาสามัญที่มีประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน คาดว่าจะทำให้รัฐประหยัดงบประมาณได้ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาทต่อปี
โดยขณะนี้มีผู้มีสิทธิในระบบเบิกจ่ายตรงสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค.2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 4,738,115 คน แบ่งเป็นเจ้าของสิทธิ 2,221,434 คน บุคคลในครอบครัว 2,516,681 คน และมีผลการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการที่เบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่าย งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ มีการเบิกจ่ายแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 74,267 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคทั่วไป 64,896.20 ล้านบาท และค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคโควิด 9,370.80 ล้านบาท
นางสาวกุลยา กล่าวว่า ที่ผ่านมา กรมบัญชีกลางได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ผลิตสินค้าในประเทศ ให้มีโอกาสประมูลงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ส่งผลให้ปีงบประมาณ 2565 มีผลการจัดซื้อจัดจ้างผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ได้รับงานกับหน่วยงานของรัฐทั้งสิ้นมูลค่า 421,881.86 ล้านบาท จากมูลค่าจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด 804,447.95 ล้านบาท คิดเป็น 52.44% ของวงเงินงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด
“ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยจะใช้รูปแบบการอุทธรณ์ออนไลน์ เพื่อลดขั้นตอน ลดภาระผู้ประกอบการและหน่วยงานของรัฐด้วย อีกทั้งจะกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมตามมูลค่าของโครงการที่มีการอุทธรณ์ เพื่อช่วยลดปัญหาการอุทธรณ์ที่ผู้อุทธรณ์มีเจตนาไม่สุจริต ประวิงเวลา หรือเพียงแค่ใช้สิทธิของตนตามกฎหมายเท่านั้น ซึ่งส่งผลกระทบให้การจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐและการเบิกจ่ายเงินของภาครัฐมีความล่าช้า กระทบไปถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศด้วย.