เอาใจลูกจ้างขึ้นค่าแรงเร็วขึ้น รัฐบาลเร่ง ต.ค.นี้มีผลบังคับใช้ทันที

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

เอาใจลูกจ้างขึ้นค่าแรงเร็วขึ้น รัฐบาลเร่ง ต.ค.นี้มีผลบังคับใช้ทันที

Date Time: 10 ส.ค. 2565 08:14 น.

Summary

ดันปรับขึ้นค่าแรงเข้า ครม.เดือนก.ย.นี้ ให้มีผลบังคับใช้ ต.ค.ทันที ไม่รอต้นปี 2566 “สุชาติ” ชี้ปีกว่าแล้ว ที่ไม่มีการขึ้นค่าแรง ขณะที่ราคาสินค้าแพงขึ้นไปแล้ว ด้านนายจ้างไม่ติดใจ ยอมรับได้

Latest

ไทยปิดดีล EFM 2026 สวยหรู ดึง 10 กองถ่ายต่างชาติเข้าไทยลงทุนทะลัก

ดันปรับขึ้นค่าแรงเข้า ครม.เดือนก.ย.นี้ ให้มีผลบังคับใช้ ต.ค.ทันที ไม่รอต้นปี 2566 “สุชาติ” ชี้ปีกว่าแล้ว ที่ไม่มีการขึ้นค่าแรง ขณะที่ราคาสินค้าแพงขึ้นไปแล้ว ด้านนายจ้างไม่ติดใจ ยอมรับได้

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า จะนำเสนอเรื่องการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงต้นเดือน ก.ย.ให้ได้ เพื่อให้มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ต.ค. จากเดิมที่วางเอาไว้ให้มีผลบังคับใช้ช่วงต้นปี 2566 เพราะคิดว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนหารือกับสภานายจ้างว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะปรับให้เร็วขึ้นเพราะสินค้าอุปโภคบริโภคมีการปรับตัวไปแล้ว ขอให้เชื่อมั่นว่านายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

“เดิมที่วางเอาไว้ให้การปรับค่าแรงขั้นต่ำมีผลบังคับใช้ช่วงต้นปี 2566 แต่เวลา 1 ปีกว่าที่ผ่านมา ไม่ได้มีการปรับค่าแรงเลย เนื่องจากต้องแก้ปัญหาและเยียวยาประชาชนในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 รัฐบาลทำได้แต่ประคับประคองไม่ให้เลิกจ้าง วันนี้เป็นเวลาที่เหมาะสม นายจ้างเห็นดีเห็นงาม เพราะต้องการให้ลูกจ้างอยู่กับเขาต่อ”

รมว.แรงงานกล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้ปลัดกระทรวงแรงงานไปประชุมไตรภาคีจังหวัด ซึ่งประชุมครบทุกจังหวัดแล้ว ได้ตัวเลขมาหมดแล้ว จะต้องทำให้จบภายในเดือน ส.ค.นี้ โดยจะมีการเกลี่ยตัวเปอร์เซ็นต์การขึ้นค่าแรงของแต่ละจังหวัดให้เหมาะสม ซึ่งแต่ละจังหวัดจะต่างกัน 1-2 บาท และแบ่งเป็นหลายช่วง ตัวเลขจะไม่เท่ากันทุกจังหวัด และเป็นไปไม่ได้ที่จะขึ้นพร้อมกันทุกจังหวัด โดยค่าแรงขั้นต่ำที่กำหนดเพิ่มขึ้น 5-8% มีพื้นฐานการตั้งตัวเลขมาจากจีดีพีและภาวะเงินเฟ้อ “การขึ้นค่าแรงต้องสอดคล้องกับค่าของชีพของแต่ละจังหวัด ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และพื้นที่ กทม.ต้องขึ้นก่อน”

เมื่อถามว่า การทำเรื่องนี้เป็นการใช้ประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า มองเป็นเรื่องช่วงเวลา ถ้าการขึ้นค่าเเรงเป็นเรื่องการเมือง คงขึ้นค่าแรง 492 บาทตามข้อเรียกร้องของผู้นำแรงงานไปแล้ว

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) กล่าวว่า การขึ้นค่าแรงให้ลูกจ้างในภาวะเช่นนี้ถือเป็นอัตราที่นายจ้างยอมรับได้ สะท้อนจากภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งอัตราที่จะขึ้น 5-8% หากยึดค่าแรงลูกจ้างในกรุงเทพฯที่เป็นอัตราสูงสุดขณะนี้ ก็จะขึ้นอีก 24-26.50 บาทต่อวัน

ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงแนวโน้มการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีก 5-8% ว่า เห็นด้วยกับการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เพราะไม่ได้ปรับขึ้นมานานถึง 3ปี และการจะเริ่มปรับขึ้นตั้งแต่ต้นปี 66 ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ อาจจะมีผลกระทบต่อภาคธุรกิจที่ใช้แรงงานจำนวนมาก เช่น ธุรกิจในภาคบริการ ร้านอาหาร โรงแรม เป็นต้น ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจต้องเลือกใช้กลไกในการลดผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงที่แตกต่างกันไป เช่น ปรับลดคนงาน ปรับขึ้นราคาสินค้าหรือค่าบริการ “มองว่าการปรับขึ้นอีก 5-8% จะทำให้มีเม็ดเงินเพิ่มเข้าไปในระบบเศรษฐกิจอีกเดือนละ 1,500-2,400 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นปีละ 20,000-30,000ล้านบาท ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปี 66 เพิ่มขึ้นได้อีก 0.1-0.2%” ส่วนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่10ส.ค.นี้ เชื่อว่า กนง.จะมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% เนื่องจากเงินเฟ้อล่าสุดเดือน ก.ค.65ยังอยู่สูงถึง 7.6% จึงจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ