
ก.ล.ต.หารือดีเอสไอ-ปอศ.หารือข้อกฎหมายกรณี Zipmex ชี้มีความเสียหายกับประชาชนจำนวนมาก ต้องดูว่ามีการทำผิดตามกฎหมายอื่นๆ นอกเหนือจากความผิด ตาม พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลหรือไม่ ด้านผู้เสียหายรวมตัวบุกศูนย์ราชการพบ สอท.1 ร้องทุกข์กล่าวโทษผู้บริหารและบริษัท Zipmex ตะลึงพบผู้เสียหาย600 ล้านบาท “เอกลาภ” ยืนยันให้ความสำคัญในการนำสินทรัพย์มาคืนลูกค้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ผู้ที่ได้รับผลกระทบและความเสียหายจากกรณีที่บริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด (Zipmex) หรือเว็บเทรด Zipmex จำนวนหนึ่ง ได้นัดรวมตัวกันไปศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เข้าพบกับตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (สอท.1) เพื่อให้ข้อมูล และร้องทุกข์กล่าวโทษ เรียกร้องค่าเสียหายจากผู้บริหารและบริษัท Zipmex หลัง Zipmex ประกาศระงับการถอนเงินบาทและสินทรัพย์ดิจิทัล หลังนำเหรียญของลูกค้าที่ใช้บริการแพลตฟอร์ม ZipUp+ ไปลงทุนหาผลตอบแทนในต่างประเทศ แต่ประสบปัญหาทำให้ลูกค้า ผู้ฝากเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี ได้แก่ BTC, USDC และ USDT ไว้กับแพลตฟอร์ม ZipUp+ เพื่อรับดอกเบี้ยจาก Zipmex ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถทำธุรกรรมถอนเงินบาทและสินทรัพย์ดิจิทัลออกมาได้
นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ได้นำคณะผู้บริหาร ก.ล.ต.หารือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ในเรื่องนี้ ซึ่งมีข้อสรุปว่า ก.ล.ต.จะทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากกรณีดังกล่าวอาจมีความเสียหายกับประชาชนจำนวนมาก และต้องพิจารณาว่ามีการกระทำผิดตามกฎหมายอื่นๆหรือไม่ นอกเหนือจากความผิดภายใต้ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ) ที่ ก.ล.ต. มีอำนาจดำเนินการ ในฐานะผู้กำกับดูแล
“สำนักงาน ก.ล.ต. ยังได้จัดทำแบบฟอร์มให้ลูกค้า หรือผู้ได้รับความเสียหาย จากกรณี Zipmex กรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม ที่เว็บไซต์ สำนักงาน ก.ล.ต. หรือที่ www.sec.or.th/ zipmexform โดยได้ ระบุว่าสำนักงาน ก.ล.ต. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ได้รับผลกระทบกรณี Zipmex ระงับการถอนเงินบาทและสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งที่ผ่านมา ก.ล.ต.ได้มีหนังสือให้บริษัท จัดให้มีระบบการให้บริการติดต่อลูกค้า และจัดการเรื่องร้องเรียนได้อย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งต้องคำนึงถึงการคุ้มครองประโยชน์ของลูกค้า”
นายภัทรเศรษฐ์ พรหมสวัสดิ์ ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายจาก Zipmex Thailand กล่าวว่า ได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ สอท.1 โดยได้รวบรวมรายชื่อ และหลักฐานต่างๆ จากสมาชิกในกลุ่ม พบว่ามีมูลค่าเสียหายรวมกว่า 600 ล้านบาท โดยมีผู้เสียหายที่ฝากเงินไว้กับระบบ ZipUp+ และ Z wallet มีมูลค่าสูงสุดอยู่ที่ 30-40 ล้าน บาท ขณะที่บางคนไม่ได้ฝากเงินใน ZipUp+ โดยตรง แต่กลับถอนเงินจาก Z wallet ไม่ได้จึงร้อนใจ เพราะไม่รู้ว่าจะโอนสินทรัพย์หรือเหรียญของตนเองออกมาได้เมื่อไหร่
“อยากให้ซิปเม็กซ์แสดงความโปร่งใสให้มากกว่านี้ ผู้เสียหายเข้าใจเรื่องความเสี่ยงในการลงทุน และต้องการย้ายสินทรัพย์ดิจิทัลออกจากซิปเม็กซ์ไปกระดานเทรดอื่นเท่านั้น แต่กลับถูกบริษัทล็อกไว้ไม่ให้ถอนออกมา สิ่งที่บริษัทควรทำคือเปิดเผยข้อมูลความจริงให้ทุกคนรู้ว่ามีโอกาสถอนได้หรือไม่ มีการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลใน Z wallet และผลิตภัณฑ์ ZipUp+ มูลค่าเท่าไรกันแน่ กลุ่มผู้เสียหายจะร้องเรียนไปยังหน่วยงานอื่นๆ เช่น ดีเอสไอ, สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค,รัฐสภา เพื่อขอให้เร่งรัดตรวจสอบการทำธุรกิจของซิปเม็กซ์ ประเทศไทย เพื่อให้ติดตามนำทรัพย์คืนมาให้สมาชิก”
นายเอกลาภ ยิ้มวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง Zipmex ประเทศไทย กล่าวว่า ได้เร่งแก้ไขปัญหานี้ และชี้แจงให้สำนักงาน ก.ล.ต.แล้ว ขอยืนยันว่าการนำสินทรัพย์มาคืนลูกค้า และการเปิดให้บริการ Z wallet อีกครั้ง ยังเป็นความสำคัญอันดับหนึ่งของบริษัท ล่าสุด Zipmex ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับพันธมิตร นักลงทุนกลุ่มใหม่ที่จะเข้ามาร่วมลงทุนแล้ว และจะเร่งคลี่คลายปัญหาให้เร็วที่สุด.