ก.ล.ต.สั่งแจงข้อมูลทรัพย์สินลูกค้า Zipmex ยันนำเงินทุนมาชดใช้ความเสียหาย

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ก.ล.ต.สั่งแจงข้อมูลทรัพย์สินลูกค้า Zipmex ยันนำเงินทุนมาชดใช้ความเสียหาย

Date Time: 22 ก.ค. 2565 06:31 น.

Summary

ก.ล.ต.ให้ Zipmex ชี้แจงข้อมูลทรัพย์สินของลูกค้า ที่ฝากไว้ในโปรแกรม ZipUp+ และนำไปลงทุนในแพลตฟอร์มต่างๆ ท่ามกลางกระแสข่าวอาจเสียหายถึง 5 พันล้าน

Latest

พาณิชย์เกาะติดสหรัฐฯ งัดข้อคู่ค้า จับตาขั้นตอน-กรอบเวลา หลังมาตรการภาษีตอบโต้เป็นโมฆะ

ก.ล.ต.ให้ Zipmex ชี้แจงข้อมูลทรัพย์สินของลูกค้า ที่ฝากไว้ในโปรแกรม ZipUp+ และนำไปลงทุนในแพลตฟอร์มต่างๆ ท่ามกลางกระแสข่าวอาจเสียหายถึง 5 พันล้าน ด้าน Zipmex แจงมีสินทรัพย์ฝากอยู่ที่ Babel เพียง 48 ล้านดอลลาร์ และที่ Celsius 5 ล้านดอลลาร์ พร้อมตั้งใจนำเงินทุนบริษัทมาจัดการความเสียหายของลูกค้า ขณะที่โบรกเกอร์ชี้สร้าง Sentiment เชิงลบให้บริษัทจดทะเบียนที่ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีเมื่อวันที่ 20 ก.ค.65 บริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด หรือเว็บเทรด Zipmex ได้ประกาศระงับการถอนเงินบาทและสินทรัพย์ดิจิทัล ให้เหตุผลว่า เนื่องจากสถานการณ์ความผันผวนของตลาด รวมถึงปัญหาทางการเงินที่เกิดขึ้นจากคู่ค้าทางธุรกิจหลัก โดยนักลงทุนที่ลงทุนในโปรแกรม ZipUp+ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ลูกค้าในไทยมีการฝากเหรียญหรือสินทรัพย์ดิจิทัลไว้ที่ zipmex global ที่สิงคโปร์ และ zipmex Global นำเหรียญของลูกค้าที่ฝากไว้ไปลงทุนหรือหาผลตอบแทนกับคู่ค้าที่มีการเปิดชื่อ 2 รายคือ Babel Finance และ Celsius ซึ่งทั้ง 2 รายนี้กำลังเผชิญวิกฤติสภาพคล่อง โดย Celsius ยื่นศาลขอล้มละลาย ส่วน Babel ระงับการถอน ทำให้ Zipmex Global ไม่สามารถ ถอนเหรียญ BTC, ETH, USDT และ USDC ที่ฝากไว้ออกมาได้ ส่งผลให้ Zipmex ไทยต้องระงับการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลระหว่าง Z Wallet (บัญชีของโปรแกรม ZipUp+) ไปยัง Trade Wallet (บัญชีซื้อ-ขายปกติ) เป็นการชั่วคราว นั่นคือลูกค้าที่มีเหรียญ BTC,
ETH, USDC และ USDT ที่ฝากไว้ในโปรแกรม ZipUp+ จะไม่สามารถถอนเงินและเหรียญออกมาได้

ทั้งนี้ เมื่อ zipmex กลับมาเปิดบริการแพลตฟอร์มซื้อขายในเวลา 20.00 น. ของวันที่ 20 ก.ค.65 ทำให้นักลงทุนพากันตื่นตระหนกเฮละโลเทขายเหรียญ ZMT ซึ่งเป็นโทเคนประจำแพลตฟอร์ม กดราคาดิ่งลงทันทีจาก 21 บาท ลงมาอยู่ที่ 13 บาทหรือลดลงราว 40% ขณะที่นายเอกลาภ ยิ้มวิไล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิปเม็กซ์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า Zipmex ประเทศไทยจะฟ้องร้อง Zipmex Global และ Babel Finance และ Celsius เพื่อหาทางนำสินทรัพย์ดิจิทัลกลับคืนมาให้ลูกค้า ซึ่งรวมทั้งจะมีการพูดคุยกับนักลงทุนที่สนใจจะเข้ามาซื้อกิจการ Zipmex เพื่อนำเงินที่ได้มาคืนให้กับลูกค้าทุกคน

ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกแถลงการณ์ระบุว่า ตามที่ ก.ล.ต.ให้ซิปเม็กซ์ (Zipmex) ชี้แจง และ Zipmex ได้ชี้แจงมาแล้วเมื่อวันที่ 21 ก.ค.65 แต่เนื่องจากข้อมูลที่ได้รับยังขาดสาระสำคัญประกอบการพิจารณา ก.ล.ต.จึงมีหนังสือให้ Zipmex ชี้แจงรายละเอียดของเหตุการณ์อย่างครบถ้วน รวมถึงทรัพย์สินของลูกค้าที่อยู่ภายใต้การดูแล และให้แสดงหลักฐานการนำสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้า ที่ฝากไว้ในโปรแกรม ZipUp+ ไปลงทุนในแพลต ฟอร์มต่างๆ โดยเฉพาะ Celsius และ Babel Finance พร้อมทั้งให้บริษัทเปิดให้บริการระบบการซื้อขายและระบบฝากถอนทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการศูนย์ซื้อขายตามปกติ และจัดให้มีระบบการให้บริการติดต่อลูกค้าและจัดการเรื่องร้องเรียนได้อย่างเพียงพอมีประสิทธิภาพ

ขณะที่บริษัท ซิปเม็กซ์ (ประเทศไทย) ออก แถลงการณ์ว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซิปเม็กซ์ได้ปรับแผนการเงินของบริษัทให้รัดกุมและได้ถอนเงินทุนและสินทรัพย์ส่วนใหญ่ของบริษัท ที่เคยฝากไว้กับคู่ค้าทางธุรกิจออกมา ขอให้มั่นใจว่าสถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท และบริษัทจะสามารถแก้ปัญหาได้ในเร็ววัน และชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวเลขการฝากระหว่างซิปเม็กซ์และพันธมิตรทางธุรกิจ ตัวเลขล่าสุด ณ 21 ก.ค.65 มีการฝากกับ Babel ที่ 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และฝากกับ Celsius ที่ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยซิปเม็กซ์ได้หารือกับ Babel และ Celsius อย่างใกล้ชิดเพื่อเร่งแก้ไขปัญหา และบริษัทตั้งใจที่จะนำเงินทุนของบริษัทมาจัดการความเสียหายส่วนนี้ นอกจากนี้ บริษัทกำลังดำเนินการทุกช่องทาง รวมถึงการระดมทุน การดำเนินการตามกฎหมาย รวมทั้งกำลังเร่งแก้ไขเพื่อให้บริการการโอนของ Z Wallet กลับมาใช้งานได้เป็นปกติโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ มีรายงานว่ามูลค่าเหรียญต่างๆที่ Zipmex ไปลงทุนฝากไว้กับคู่ค้าเพื่อหาผลตอบแทนมีมูลค่ามากถึง 5,000 ล้านบาท ทำให้ Zipmex ต้องออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว

ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์ว่า ประเด็น Zipmex ได้กดดันให้เหรียญ ZMT ลงแรง และสร้าง Sentiment เชิงลบให้บริษัทจดทะเบียนที่เข้าไปลงทุนใน Zipmex เพื่อต่อยอดธุรกิจอย่าง PLANB ที่เข้าลงทุนใน Zipmex 70 ล้านบาท และ MACO เข้าลงทุนมูลค่า 140 ล้านบาท บล.เอเซียพลัสยังได้รวบรวมบริษัทจดทะเบียนไทย ที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้อง Crypto currency พบ มี 22 บริษัท แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ 1.ICO portal มีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจและประกาศแผน ดังนี้ ธนาคารกสิกรไทย (คิวบิกซ์ดินิทัล แอสเซท), ธนาคารไทยพาณิชย์ (โทเคน เอกซ์), บมจ.เอ็กซ์ สปริง แคปปิตอล, บมจ.จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น, บมจ.คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้ง (ถือหุ้นในบริษัทคริปโทมายต์) 2.บริษัทที่รับคริปโตเคอร์เรนซี หรือโทเคนชำระค่าสินค้าบริการ คือ บมจ.แสนสิริ, บมจ.อนันดา ดิเวลลอปเม้นท์, บมจ.เอสซี แอสเสท, บมจ.ออริจิน, บมจ.แอสเสทเวิลด์, บมจ.เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์, บมจ.อาร์เอส (Popcoin), บมจ.แพลนบี มีเดีย, บมจ.มาสเตอร์ แอด, บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (Inthanin), บมจ.บีทีเอส, บมจ.เจมาร์ท, บมจ.ทิพยะประกันภัย, บมจ.เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ 3.บริษัทที่ลงทุนใน Crypto โดยตรง บมจ.บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป 4.บริษัทที่ลงทุนขุดเหรียญ Bitcoin คือ บมจ.จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น ทั้งนี้ ผลตอบแทนตลาดคริปโตที่ผันผวนมาก กับเหตุการณ์ต่างๆอาจเกิดความไม่มั่นใจต่อความหวังจากการลงทุนต่อยอดในธุรกิจคริปโตเพิ่มขึ้นได้ ถือเป็น Sentiment เชิงลบ.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ