
นาวสาวจิตติมา ศรีถาพร รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ กรมได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการบังคับใช้กฎหมาย และกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรมศุลกากร ฯลฯ รวมถึงเจ้าของพื้นที่ และเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อวางแนวทางกำกับดูแล และป้องกัน ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาให้เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่สีแดง ที่มีการขายสินค้าละเมิดอย่างมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ ที่มีอยู่ทั่วประเทศ เช่น หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต, เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี, ถนนสีลม กรุงเทพฯ, เชียงใหม่ รวมถึงโรงเกลือ จ.สระแก้ว ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ฯลฯ
“ภายหลังการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ เพื่อรองรับการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางเข้ามาไทยมากขึ้น คาดว่าการขายสินค้าละเมิดอาจกลับมามากขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ กรมจึงร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จะเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการละเมิด รวมถึงปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังจากที่หน่วยงานต่างๆได้ทำบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ในการป้องกันและปราบปรามร่วมกันมาตั้งแต่ปี 46”
นอกจากนี้ยังได้ร่วมกันปรับปรุงพื้นที่ต่างๆ ที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ที่แบ่งเป็นพื้นที่สีแดง ซึ่งมีการขายสินค้าละเมิดจำนวนมาก เช่น แหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ รวมถึงบ้านหม้อ คลองถม คลองโอ่งอ่าง แต่ปัจจุบันพื้นที่ทั้ง 3 แห่ง หลังได้ปรับทัศนียภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ และไม่มีการขายสินค้าละเมิดอีกแล้ว จึงปลดออกจากพื้นที่สีแดง และพื้นที่สีเหลือง ที่ระดับการละเมิดน้อยกว่าพื้นที่สีแดง แต่หากมีการขายสินค้าละเมิดมากขึ้น ก็จะจัดให้เป็นพื้นที่สีแดง ที่ต้องมีการเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์เป็นพิเศษ
“สถิติการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาว่า ในช่วง 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค.) ปี 65 จับกุมผู้ค้าที่กระทำความผิดเกี่ยวกับการละเมิด ได้ถึง 734 คดี ลดลง 23.06% จากช่วงเดียวกันของปี 64 ที่มีคดี 954 คดี ของกลางที่ยึดได้ 438,072 ชิ้น ลดลง 88.17% จากช่วงเดียวกันปี 64 ที่ยึดได้ 3.7 ล้านชิ้น เพราะผู้ค้าที่กระทำผิดได้สต๊อกสินค้าลดลงมาก”.