
เชื่อว่านักดื่มกาแฟทั้งหลายที่น่าจะเคยเห็นขนมวาฟเฟิลที่วางอยู่ใกล้ๆ เคาน์เตอร์สั่งกาแฟ และมีจำนวนไม่น้อยที่หยิบวาฟเฟิลนั้นก่อนจะจ่ายเงิน กลายเป็นว่าออเดอร์นั้นจะมีทั้งอเมริกาโน่บวกกับวาฟเฟิลห่อเล็กๆ ในราคาอันละ 35 บาท
ทันทีที่แกะขนมนั้นมาทาน ความสงสัยก็เกิดขึ้นทันที เพราะวาฟเฟิลนั้นไม่กรอบ แถมยังสอดไส้คาราเมลเหนียวหนึบ นั่นก็เพราะขนมที่ว่านี้เป็นสตรูปวาฟเฟิล หรือ Stroopwafel สไตล์เนเธอร์แลนด์ ที่ผลิตโดย SME ไทย
พัทนุช ซ้ายขวัญ ผู้ก่อตั้งบริษัท สวีทชิว บาย เอ็มเอ็น จำกัด ตอบคำถามเราว่า วาฟเฟิลของเราเป็นสไตล์วาฟเฟิลสอดไส้คาราเมล หรือที่เรียกว่า สตรูปวาฟเฟิล ซึ่งเป็นสินค้าประจำชาติเนเธอร์แลนด์ และเป็นขนมที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศทั่วโลก แต่คนไทยอาจจะยังไม่คุ้นชินเท่าไร และยังไม่มีสตรูปวาฟเฟิลวางขาย เราจึงตัดสินใจผลิตและทำขายในไทยกับอดีตสามีที่เป็นชาวดัตช์
"แรกๆ ก็ต้องทำการตลาดพอสมควร เพราะส่วนใหญ่เราจะคุ้นชินกับวาฟเฟิลกรอบๆ วาฟเฟิลที่ไม่มีไส้ พอลูกค้าได้ลองชิมสตรูปวาฟเฟิลพร้อมกับกาแฟ หรือเอาอังไว้บนแก้วกาแฟก่อนจะชิม ไม่นานก็ได้รับความนิยมจากคนไทย"
วิศรุต สุคนธ์พงเผ่า กรรมการผู้จัดการและหุ้นส่วน บริษัท สวีทชิว บาย เอ็มเอ็น จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของบริษัทมากกว่า 55% มาจากการผลิตขนมอบแห้งในลักษณะ OEM ให้กับ คาเฟ่ อเมซอน (Café Amazon) หรือ ร้านกาแฟอินทนิล รวมถึงเชนร้านกาแฟใหญ่อีกเป็นจำนวนมาก ส่วนรายได้อีก 45% เป็นรายได้จากแบรนด์สวีทชิวโดยตรง
สำหรับตลาดต่างประเทศนั้นเราผลิต OEM ส่งไปประเทศจีน กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย รวมถึงประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นตลาดที่น่าสนใจ เพราะคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยังชอบขนมอบสด หรือเฟรชเบเกอรี่ และสิ่งที่เราจะนำไปตีตลาด คือ บราวนี่กรอบ ซึ่งในตลาดต่างประเทศนั้นถือเป็นสินค้าขายดี นอกจากสตรูปวาฟเฟิลแล้วเรายังมี มินิ สตรูปวาฟเฟิล บราวนีอบกรอบทั้งดาร์กช็อกโกแลต, คาปูชิโน และคุกกี้แอนด์ครีม รวมถึงคาราเมล คอร์นเฟลกส์ อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร ปี 62 พบว่า มูลค่าร้านกาแฟในไทยอยู่ที่ประมาณ 25,800 ล้านบาท โดยคาดว่ามูลค่าตลาดปี 66 จะอยู่ที่ 37,800 ล้านบาท ขณะเดียวกันข้อมูลจากรายงานประจําปี 64 ของ Café Amazon ภายใต้การบริหารของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ที่หักยอดขายเครื่องดื่มออกแล้ว พบว่า มูลค่าตลาด Café Bakery คิดเป็น 0.34% ของตลาดร้านกาแฟ โดยมูลค่าการตลาดในปี 65 อยู่ที่ 118.06 ล้านบาท และในปี 66 จะอยู่ที่ 129.86 ล้านบาท
"นั่นหมายความว่า ตลาดเบเกอรี่อบแห้ง ที่เราให้นิยามว่า Ambient Cafe Bakery มีโอกาสเติบโตได้สูง เพราะเราเห็น Pain Point ของร้านกาแฟด้วยการเพิ่มกำลังการซื้อของลูกค้าให้มากกว่าการสั่งกาแฟเพียงแค่หนึ่งหรือสองแก้ว และที่สำคัญยังช่วยเรื่องการเก็บรักษาขนม และยืดอายุของขนมให้อยู่ได้นานกว่าขนมสด ถือเป็นการช่วยประหยัดต้นทุนให้กับเจ้าของร้านกาแฟอีกด้วย"
ขณะเดียวกันเราจะเห็นว่าลูกค้าร้านกาแฟส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะ Grab & Go หรือซื้อและนำกลับไปทาน หรือผ่าน app พวกเขาเหล่านี้ต้องการขนมที่หยิบง่าย ทานง่าย พกพาง่าย เบเกอรี่อบแห้งจึงเป็นการตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
"โดยปี 64 บริษัทมีรายได้ประมาณ 40 ล้านบาท และคาดว่าปี 65 นี้รายได้จะไปแตะ 60-70 ล้านบาท และทำให้บริษัทมีส่วนแบ่งตลาด 51% ได้สำเร็จอย่างแน่นอน"
เป้าหมายต่อไปของ SweetChew
สำหรับเป้าหมายต่อไปของสวีทชิว คือ การทำให้ Ambient Cafe Bakery จะเป็นส่วนหนึ่งของตลาด ขนมอบ ซึ่งเติบโตตามตลาดร้านกาแฟ และร้านเครื่องดื่ม Grab & Go รวมถึงการพัฒนาสินค้าให้ใกล้เคียงกับเบเกอรี่สด อบ ใหม่ หรือ Fersh Bakery เช่น การทำครัวซองต์แบบอบกรอบ เค้กแบบอบกรอบที่ต้องพัฒนาให้เหมือนกับเค้กสด
นอกจากนี้จะพัฒนาระบบคุณภาพการผลิต FSSC 22000 เพื่อรองรับการบุกตลาดในต่างประเทศ เช่น ยุโรป ญี่ปุ่น และตะวันออกกลางในปี 56 รวมถึงทำ Market Share ของตลาด Ambient Cafe Bakery ให้ได้มากกว่า 51% คิดเป็นมูลค่า 66 ล้านบาท และใช้กลยุทธ์ดําเนินธุรกิจแบบ Outside In สํารวจวัฒนธรรมการกินของลูกค้า เพื่อพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ให้ตรงใจผู้บริโภคอีกด้วย.