“กอบศักดิ์ ภูตระกูล” ชี้ทางรอดพายุเศรษฐกิจโลก

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“กอบศักดิ์ ภูตระกูล” ชี้ทางรอดพายุเศรษฐกิจโลก

Date Time: 2 มิ.ย. 2565 06:10 น.

Summary

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวในงานเสวนาหัวข้อ “วิเคราะห์เศรษฐกิจโลก และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย”

Latest

พาณิชย์เกาะติดสหรัฐฯ งัดข้อคู่ค้า จับตาขั้นตอน-กรอบเวลา หลังมาตรการภาษีตอบโต้เป็นโมฆะ

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวในงานเสวนาหัวข้อ “วิเคราะห์เศรษฐกิจโลก และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย” ว่า ความขัดแย้งในยุโรปจากผลกระทบของสงครามยูเครน-รัสเซียที่นำไปสู่การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจะเป็นผลกระทบที่ยาวนาน และทำให้ราคาน้ำมันดิบและราคาพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้นหรือทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องไปอีก 1-2 ปี รวมทั้งเกิดการขาดแคลนอาหาร ปุ๋ยราคาแพง ส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น จะทำให้สหรัฐฯขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ส่งผลให้ประเทศกำลังพัฒนาที่มีหนี้ต่างประเทศสูงให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งวิกฤติครั้งนี้องค์กรการเงินระหว่างประเทศบอกว่าเป็นวิกฤติที่ร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลก ครั้งที่ 2 หรือที่เรียกว่า Perfect Storm

“ทั้งนี้ประเทศไทยยังมีโอกาสเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสโดยใช้จุดแข็งที่มีอยู่ แต่เครื่องยนต์เศรษฐกิจปีนี้จะเปลี่ยนจากปีก่อนที่เราใช้การส่งออกที่เติบโต 20% การท่องเที่ยวผ่านเราเที่ยวด้วยกัน และการบริโภคภายในประเทศผ่านคนละครึ่ง ทำให้ผ่านวิกฤติมาได้ แต่เครื่องยนต์ในระยะต่อไปจะดึงการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ดึงดูดการลงทุนจากภายนอก และการลงทุนภาครัฐ โครงการคนละครึ่งที่เราเคยใช้ได้ผล ตอนนี้ต้องลดขนาดลงควรเอาเงินที่เหลือมาใช้ดูแลราคาพลังงานที่ปรับขึ้นบางส่วน เพื่อให้ประชาชนยังมีกำลังซื้อในช่วงที่ราคาพลังงานสูง ส่วนโครงการเราเที่ยวด้วยกันความจำเป็นก็น้อยลง เพราะคนจำนวนหนึ่งเริ่มต้องการไปเที่ยวต่างประเทศ จึงต้องเปลี่ยนเป็นดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา รวมถึงนักท่องเที่ยวที่จะมาพำนักระยะยาวและที่ต้องการเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย”

สำหรับภาคเกษตรของไทยเป็นอีกภาคที่จะได้ประโยชน์จากวิกฤติ จากราคาสินค้าเกษตรราคาที่ดีตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ แต่รัฐต้องเข้ามาดูแลปัจจัยการผลิตโดยเฉพาะปุ๋ย โดยหากปุ๋ยในประเทศขาดแคลนต้องมีแผนพึ่งพาตัวเอง เช่น การผลิตปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทน รวมถึงทบทวนแผนการทำเหมืองโปรแตสในประเทศ ขณะที่ประเด็นสุดท้าย คือ ยังมีการย้ายฐานการผลิตออกจากยุโรป จีน และอินเดียมายังอาเซียนต่อเนื่อง ซึ่งไทยยังเป็นเป้าหมายหนึ่งที่นักลงทุนสนใจ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งรัฐบาลควรเร่งเดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และเพิ่มการลงทุนภาครัฐ.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ