ถกร่วม 4 ฝ่ายลดค่าอาหารสัตว์

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ถกร่วม 4 ฝ่ายลดค่าอาหารสัตว์

Date Time: 23 มี.ค. 2565 07:32 น.

Summary

ในวันที่ 23 มี.ค. จะมีการประชุมร่วมระหว่างส่วนราชการ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง หน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และเกษตรกรทั้ง 3 ส่วน

Latest

พาณิชย์เกาะติดสหรัฐฯ งัดข้อคู่ค้า จับตาขั้นตอน-กรอบเวลา หลังมาตรการภาษีตอบโต้เป็นโมฆะ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 มี.ค. จะมีการประชุมร่วมระหว่างส่วนราชการ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง หน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และเกษตรกรทั้ง 3 ส่วน คือ 1.ไร่ข้าวโพด ไร่มันสำปะหลัง 2.กลุ่มปศุสัตว์ที่มีผลกระทบเรื่องต้นทุนอาหารสัตว์ถุง ทำให้ราคาเนื้อสัตว์สูงขึ้นด้วย และ 3.กลุ่มผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ผลิตอาหารสัตว์ เพื่อหาข้อยุติร่วมกัน ในกรณีต้นทุนอาหารสัตว์สูงขึ้นจากราคาข้าวโพดและข้าวสาลีที่สูงขึ้น เนื่องจากประเทศยูเครนเป็นผู้ผลิตข้าวสาลีรายใหญ่ของโลก “ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ยังกำกับราคาสินค้าอยู่ในระดับที่ดีอยู่ ซึ่งราคาสินค้าหลายตัวที่จำเป็นต่อการอุปโภค บริโภค ทั้ง 18 หมวดยังทรงตัว โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ยังไม่ขึ้นราคาอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ราคาหมูเนื้อแดงเฉลี่ยทั้งประเทศอยู่ที่กิโลกรัมละ 151 บาท ไข่ไก่ เบอร์ 3 เฉลี่ยฟองละ 3.50-3.60 บาท มะนาว เฉลี่ยลูกละ 5 บาท ส่วนสถานการณ์สินค้าแพงจะอยู่อีกนานเท่าใดขึ้นอยู่กับสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน เพราะทั้งหมดเป็นต้นเหตุของราคาน้ำมันที่สูงขึ้นที่ไปพันกับค่าไฟ ค่าแก๊สหุงต้ม ต้นทุนการผลิตอื่นๆทั้งหมด”

ด้านนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า แนวทางในการดูแลราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ขณะนี้มีมาตรการที่เสนอมาโดยผู้ผลิตอาหารสัตว์ 3 มาตรการ คือ การปรับลดสัดส่วนของมาตรการ 1 ต่อ 3 ที่กำหนดให้โรงงานอาหารสัตว์ ที่นำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วนต้องซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 3 ส่วน, การเปิดให้นำเข้าข้าวโพดภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) และเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) โดยยกเลิกโควตาภาษีและค่าธรรมเนียม รวมถึงการยกเลิกภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2%

“มาตรการที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ ปรับลดสัดส่วนของมาตรการ 1 ต่อ 3 โดยจะพิจารณาว่า จะปรับลดสัดส่วนลงเท่าใด อาจจะเป็น 2 ต่อ 1 หรือ 1 ต่อ 1 หรือยกเว้นชั่วคราว และจะ ต้องกำหนดปริมาณการนำเข้าข้าวสาลี โดยพิจารณาจากปริมาณความต้องการใช้ของทั้งปี และผลผลิตที่มีอยู่ในประเทศ ขณะที่การลดภาษีกากถั่วเหลืองต้องดูผลระยะยาวว่า หากลดภาษีแล้ว จะส่งผลกระทบต่อเนื่องทำให้เกษตรกรลดพื้นที่เพาะปลูกหรือไม่ เพราะปัจจุบันไทยปลูกถั่วเหลืองน้อยกว่าความต้องการอยู่แล้ว และกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐหรือไม่”.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ