
นายมงคล พิพัฒสัตยานุวงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ เปิดเผยถึงกรณีที่สมาคมได้ประกาศปรับขึ้นราคาแนะนำขายไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเป็นฟองละ 3.20 บาท จากเดิม 2.90 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.65 ว่า สมาคมได้หารือร่วมกับสมาชิกและผู้เลี้ยงไก่ไข่แล้ว เข้าใจสถานการณ์ดีว่า หากปรับขึ้นราคาไข่คละหน้าฟาร์มเป็นฟองละ 3.20 บาท อาจจะกระทบต่อผู้บริโภค และทำให้กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง จึงขอความร่วมมือให้ผู้เลี้ยงแบกรับภาระต้นทุนไว้ และจะตรึงราคาไข่คละหน้าฟาร์มไว้ที่ไม่เกินฟองละ 3.10 บาท ซึ่งขอให้เข้าใจผู้เลี้ยงที่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น โดยไม่ได้ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา
“สมาคมให้ความร่วมมือกระทรวงพาณิชย์ตรึงราคาไข่คละหน้าฟาร์มที่ 2.90 บาท มาตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค.65 จนถึงปัจจุบัน แต่ตอนนี้ต้นทุนการเลี้ยงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากราคาน้ำมันและอาหารสัตว์ที่ปรับเพิ่มอีกทั้งยังมีสถานการณ์รัสเซียและยูเครนมาซ้ำเติม ยิ่งกระทบต่อราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ จนทำให้ราคาอาหารสัตว์ปรับขึ้นอีก ผู้เลี้ยงไก่ไข่จึงจำเป็นต้องปรับราคาให้สอดคล้องกับต้นทุนที่ปรับขึ้น หลังแบกภาระต้นทุนอย่างต่อเนื่อง”
ด้านร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมได้หารือกับกรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร และผู้ประกอบการ 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมไทยธุรกิจเกษตร สมาคมอารักขาพืชไทย และสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย รวม 22 บริษัท ในการขยายเวลาโครงการลดราคาเคมีเกษตร ช่วยเกษตรกรออกไปอีก 3 เดือน จากเดิมสิ้นสุดเมื่อเดือน ก.พ.65 ออกไปถึงสิ้นเดือน พ.ค.65 เพื่อเตรียมรองรับช่วงฤดูเพาะปลูกของเกษตรกรในปีนี้
“ปัจจุบันราคายาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชในตลาดโลกสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่ม กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ได้ขยายระยะเวลาโครงการลดราคาเคมีเกษตร ช่วยเกษตรกรออกไปอีก 3 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนต่อต้นทุนการเพาะปลูกแก่เกษตรกร”.