ขยายฐานเก็บภาษีหุ้น-คริปโต

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ขยายฐานเก็บภาษีหุ้น-คริปโต

Date Time: 18 ม.ค. 2565 06:35 น.

Summary

กลายเป็นประเด็นสุดร้อนแรงตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่ออธิบดีกรมสรรพากร ออกมายืนยันชัดเจนว่าจะเริ่มเอาจริงเอาจังกับการจัดเก็บภาษีการขายหุ้น และภาษีคริปโตเคอเรนซี

Latest

เกิดอะไรขึ้นกับเงินบาท? อ่อนค่าหนักสุดรอบ 15 เดือน พร้อมส่องผลกระทบที่คนไทยต้องรู้!

กลายเป็นประเด็นสุดร้อนแรงตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” รมว.คลัง และ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” อธิบดีกรมสรรพากร ออกมายืนยันชัดเจนว่าจะเริ่มเอาจริงเอาจังกับการจัดเก็บภาษีการขายหุ้น และภาษีคริปโตเคอเรนซี สกุลเงินดิจิทัล เพื่อขยายฐานภาษีนำเงินไปพัฒนาประเทศ โดยการจัดเก็บภาษีอากร เป็นอีกวิธีการหนึ่งของการหารายได้ ขณะที่ “ภาษี” คือ รายได้ที่ภาครัฐจัดเก็บจากผู้มีรายได้, ธุรกิจร้านค้า เมื่อมีรายได้ก็เข้าข่ายต้องจ่ายภาษีตามหน้าที่พลเมืองดี

กระนั้นวิกฤติโควิด-19 ได้กระทบเศรษฐกิจทั่วโลกและในภาวะที่เศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัว กำลังซื้อของประชาชนลดน้อยลง ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บภาษี จนรัฐต้องหาแนวทางหารายได้เพิ่ม

โดยปีงบประมาณ 2564 รัฐบาลจัดเก็บรายได้ได้สุทธิ 2.369 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 11.5% หรือ 307,000 ล้านบาท และต่ำกว่าปีงบประมาณก่อนหน้า 0.7% ส่วนปีงบประมาณ 2565 ตั้งเป้าหมายจัดเก็บรายได้ 2.56 ล้านล้านบาท โดยมีความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ฟื้นสังคม พัฒนาประเทศ

เป็นที่มาของการปัดฝุ่น...การจัดเก็บภาษีขายหุ้น ซึ่งเป็นภาษีธุรกิจเฉพาะ ที่รัฐได้ยกเว้นการจัดเก็บมายาวนานถึง 30 ปี หรือตั้งแต่ปี 2534 เหตุผลของการยกเว้นในสมัยนั้น เพื่อส่งเสริมให้ตลาดหุ้นไทยแข็งแกร่ง ทัดเทียมนานาประเทศ โดยนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์หรือนักเล่น “หุ้น” จะได้รับการยกเว้นภาษีขายหุ้นในส่วนของกำไรจากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ (Capital gain) ขณะที่เงินปันผล มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% อยู่แล้ว

ปกติการซื้อขายหุ้นแต่ละครั้งจะมีค่าธรรมเนียมหรือค่าคอมมิชชัน (โบรกเกอร์) ของบริษัทหลักทรัพย์ ทั้งการซื้อขายผ่านตัวแทน (มาร์เกตติ้ง) และผ่านอินเตอร์เน็ต เทรดดิ้ง โดยค่าธรรมเนียมเฉลี่ยจะอยู่ที่ 0.007% ของมูลค่าซื้อขายต่อหุ้น บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ไปด้วย

ส่วนแนวคิดจัดเก็บภาษีขายหุ้นนั้น คาดว่าจะเก็บในอัตรา 0.1% จากกำไรขายหุ้น และเก็บเฉพาะนักลงทุนที่มีมูลค่าการซื้อขายเกิน 1 ล้านบาทต่อเดือน อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ต้องรอผลการศึกษาของกรมสรรพากรก่อน โดยปัจจุบันมีบัญชีซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ราว 7-8 ล้านบัญชี!

ส่วนภาษีคริปโตเคอร์เรนซี หรือโทเคนนั้น กรมสรรพากรยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีการแก้ไขกฎหมายการจัดเก็บเมื่อปี 2561 ที่กำหนดให้ผู้มีรายได้ต้องยื่นแบบภาษี ซึ่งกำหนดให้หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% ของทุกธุรกรรมที่มีกำไร รวมถึงเงินที่เกิดจากการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี

เพียงแต่การเสียภาษีปี 2564 กรมสรรพากรได้ปรับแบบฟอร์มใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ โดยเขียนระบุชัดเจนในช่องรายได้จากการลงทุนที่ระบุว่า “ดอกเบี้ย เงินปันผลจากบริษัทต่างประเทศ ประโยชน์ใดจากคริปโตเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัล เงินเพิ่มทุน เงินลดทุน” ถือเป็นการเก็บภาษี Capital Gain

“ปีที่ผ่านมามีผู้ที่มีรายได้จากคริปโตหลายรายยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยปีนี้ผู้ยื่นแบบจะได้รับความสะดวกมากขึ้น”

สำหรับคริปโตเคอร์เรนซีนั้น เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ ขณะนี้มีการเปิดบัญชีเพื่อซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่า 3 ล้านบัญชีแล้ว เติบโตก้าวกระโดดในระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา

การขยายฐานภาษียังรวมถึงช่วงก่อนหน้าที่กรมสรรพากรได้จัดเก็บภาษีธุรกิจออนไลน์ หรือภาษีอีเซอร์วิส จากแพลตฟอร์มต่างประเทศ แม้ในช่วงเริ่มต้นจะถูกต่อต้านคัดค้านเพราะเกรงว่าจะกระทบทำให้ราคาสินค้าและบริการแพงขึ้น แต่ในที่สุดด้วยความจำเป็นและเพื่อสร้างความเท่าเทียม การเดินหน้าเก็บภาษีจึงเกิดขึ้น โดยมีแพลตฟอร์มต่างประเทศมาขึ้นทะเบียนเสียภาษีมากกว่า 100 ราย เก็บรายได้ 1,800 ล้านบาท เกินเป้าหมาย 10% ทั้งที่เพิ่งเริ่มเก็บเมื่อเดือน ต.ค.2564 ที่ผ่านมา

และนอกจาก “ภาษีหุ้น-ภาษีคริปโต” ที่กรมสรรพากรต้องจัดเก็บแล้ว ยังมีภาษีอีกหลายรายการ อาทิ ภาษีความเค็ม ภาษีความหวาน ภาษีรถยนต์ไฟฟ้า ภาษีที่ดิน ภาษีมรดก เป็นต้น ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาอัตราที่เหมาะสม

เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการปฏิรูปโครงสร้างภาษี เพื่อขยายฐานภาษี ให้สอดคล้องกับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ นำไปสู่การจัดเก็บรายได้เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน.

ดวงพร อุดมทิพย์


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ