
นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน เปิดเผยในงานสัมมนาประจำปีไทยแลนด์ คอมเพ็ททิทีฟเนส คอนเฟอเรนซ์ 2021 ว่า ปี 2565 ประเทศไทยจะเริ่มเห็นโอกาสต่างๆในการพลิกฟื้นสมรรถภาพทางเศรษฐกิจให้กลับมาดีขึ้น หลังจากเจอผลกระทบจากโควิด-19 มานาน โดยเฉพาะการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และมาตรการของรัฐบาล เกี่ยวกับการดึงดูดการลงทุน ซึ่งปีหน้าจะเริ่มเห็นการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้น เริ่มจากอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด ตามมาด้วยอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า และระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (สมาร์ทกริด )รวมถึงการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัล
“ปีหน้าเป็นต้นไปจะค่อยๆเห็นโอกาสในการพลิกโฉมประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องสมรรถภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งเดิมเป็นจุดอ่อนจะค่อยๆทยอยปรับตัวดีขึ้น ทั้งหมดมาจากการเตรียมตัวและเตรียมความพร้อมด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล ขณะนี้มีโครงการการลงทุน 100 โครงการ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท แต่ไม่ใช่เสร็จเร็วใน 1-2 ปี เพราะจะทยอยเสร็จและเห็นได้ชัดในปีหน้าเป็นต้นไป อาทิ โครงการลงทุนด้านคมนาคมขนส่ง ฯลฯ รวมทั้งรัฐบาลยังได้สร้างระบบนิเวศรองรับการลงทุนด้วย และปีหน้าจะได้เห็นนักลงทุนประกาศการลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น”
ทั้งนี้ ขณะนี้รัฐบาลพร้อมแล้วกับการดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก และได้จัดเตรียมมาตรการต่างๆเพื่อรองรับนักลงทุน โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์ทางด้านวีซ่า เพื่อดึงนักลงทุนต่างชาติกลุ่มเป้าหมาย ให้เข้ามาพำนักในประเทศระยะยาว และได้เร่งการเจรจาการค้าตามกรอบความร่วมมือต่างๆกับต่างประเทศ ทั้งการเจรจาข้อตกลงความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (ซีพีทีพีพี) หรือการจัดทำความตกลงการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ ไทย-สหภาพยุโรป จะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า เศรษฐกิจของไทยปีนี้ จะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 1 % ขณะที่การเปิดประเทศวันที่ 1 พ.ย.นี้ จะทำให้เกิดกิจกรรมท่องเที่ยว ทั้งคนไทยและต่างชาติ ส่งผลให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของไทยหลายแสนล้านบาท ส่วนปีหน้าเศรษฐกิจจะขยายตัวต่อเนื่องแบบค่อยเป็นค่อยไป และคาดว่ามีนักท่องเที่ยว 6-8 ล้านคน.