กระตุ้นการลงทุนหลังโควิด เปิดประมูลแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร 3 แสนล้าน

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

กระตุ้นการลงทุนหลังโควิด เปิดประมูลแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร 3 แสนล้าน

Date Time: 9 ต.ค. 2564 06:07 น.

Summary

คมนาคมมั่นใจแลนด์บริดจ์ “ระนอง–ชุมพร” เกิดแน่!่ เตรียมเปิดประมูลให้ได้ปี 65–66 ช่วยกระตุ้นการลงทุนหลังโควิด ใช้รูปแบบ PPP มูลค่ากว่า 2–3 แสนล้าน สร้างท่าเรือ–มอเตอร์เวย์–ทางรถไฟ

Latest

รัฐบาลใหม่ต้องนำประเทศไทยโตยั่งยืน หอการค้าเปิดมุมมองภาคเอกชนก่อนเลือกตั้ง

คมนาคมมั่นใจแลนด์บริดจ์ “ระนอง–ชุมพร” เกิดแน่!่ เตรียมเปิดประมูลให้ได้ปี 65–66 ช่วยกระตุ้นการลงทุนหลังโควิด ใช้รูปแบบ PPP มูลค่ากว่า 2–3 แสนล้าน สร้างท่าเรือ–มอเตอร์เวย์–ทางรถไฟ เชื่อมฝั่งอ่าวไทย–อันดามัน ก่อนเปิดให้บริการในปี 70–72

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินการโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) ว่า ขณะนี้ทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ทำการศึกษา ซึ่งภายในต้นปี 65 จะเห็นรูปแบบการดำเนินการในโครงการดังกล่าวชัดเจนขึ้น โดยรูปแบบในการดำเนินการจะเป็นการเปิดหาเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนแบบ PPP ประกวดราคาแบบ Inter national Bidding ในวงเงินงบประมาณกว่า 2-3 แสนล้านบาท และคาดว่าในปี 66-67 จะเปิดประกวดราคา ซึ่งจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 2-3 ปี ซึ่งหากทำตามแผนจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 70-72 ใช้งานได้ ซึ่งก็จะใกล้เคียงกับกำหนดการแล้วเสร็จของการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)ด้วย

ทั้งนี้ ในการดำเนินการโครงการดังกล่าว ทางนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายว่า ในเมื่อไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน จะทำอย่างไรให้มีการลดต้นทุนการขนส่งสินค้าทางน้ำลง เนื่องจากในปัจจุบันการขนส่งสินค้าระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศทางด้านมหาสมุทรอินเดีย ต้องเปลี่ยนถ่ายสินค้าทั้งนำเข้าและส่งออกผ่านช่องแคบ มะละกา (สิงคโปร์) ซึ่งเส้นทางดังกล่าว เป็นเส้นทางที่อ้อมและมีระยะไกล การจราจรทางน้ำคับคั่ง มีความหนาแน่นของปริมาณเรือสูงถึง 100,000 ลำ/ปี

และคาดว่าในปี 67 การรองรับปริมาณเรือของช่องแคบมะละกาจะเต็มศักยภาพ โดยคาดการณ์ว่าปี 93 ปริมาณเรือที่ผ่านจะมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นอีก 4 เท่า ดังนั้น ไทยควรพัฒนาศักยภาพและความได้เปรียบที่มี ซึ่งโครงการดังกล่าวจะก่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจโดยตรงต่อพื้นที่ภาคใต้ มั่นใจว่าเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จจะทำให้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพีของพื้นที่ภาคใต้เติบโตจากสัดส่วน 2% เป็น 10% เป็นระยะเวลาต่อเนื่องอย่างน้อย 10 ปี เมื่อมีการเปิดใช้โครงการแล้ว นอกจากนั้นในส่วนการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ เส้นทางเรือจากตะวันออกของภูมิภาค ไปยังตะวันตกของภูมิภาค ในปี 62 ยังพบว่ามีปริมาณการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์กว่า 500 ล้านทีอียู ซึ่งไม่รวมการขนส่งน้ำมัน หากไทยเริ่มแลนด์บริดจ์ จะแบ่งส่วนแบ่งการขนส่งผ่านตู้คอนเทนเนอร์ได้ 20% ประมาณ 100 ล้านทีทียู

“การสร้างแลนด์บริดจ์ ประเทศไทยไม่ได้เป็นคนทำแห่งแรก อย่างประเทศจีนก็มีความพยายามที่จะมาทำที่ประเทศมาเลเซีย เนื่องจากต้องการหนีไม่ต้องไปผ่านทางช่องแคบมะละกา ซึ่งในแต่ละปีมีจราจรหนาแน่นมาก ซึ่งตนได้ให้โจทย์กับทาง สนข.ว่า การทำแลนด์บริดจ์ต้องให้มีระยะทางสั้น ราบ เส้นทางตรงมากที่สุด กระทบสิ่งแวดล้อมน้อยสุด ซึ่งเมื่อมองแง่การลงทุนอาจจะใช้งบประมาณมาก แต่หากพิจารณาระยะยาวจะพบว่ามีความคุ้มค่าการลงทุน และอยู่ไปกับประเทศไทยนาน ซึ่งแนวคิดนี้ตนมองว่า อาจไม่มีแลนด์บริดจ์เชื่อมฝั่งทะเลระนอง ชุมพรที่เดียว ในอนาคตอาจขยายไปที่อื่นๆได้อีก”

นายศักดิ์สยามกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันจากที่ผ่านมาหลายรัฐบาลได้มีแนวคิดขุดคอ
คอดกระ ซึ่งโครงการดังกล่าวก็ต้องใช้งบประมาณสูงกว่า 4 ล้านล้านบาท และหากดำเนินการอาจจะมีปัญหาตามมาทั้งในเรื่องของการลงทุนด้านการคมนาคมขนส่ง โลจิสติกส์ ที่จะต้องทำสะพานเชื่อมสองฝั่ง และที่สำคัญคือเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม เนื่องจากระดับน้ำของ 2 ฝั่งทะเล อันดามันและอ่าวไทย มีปริมาณความสูงของ
น้ำที่ต่างกันกว่า 1.5 เมตร หากมีเรือผ่านต้องมีการทำประตูเปิดปิด ซึ่งจากหลายๆปัจจัยทำให้เห็นว่า หากทำแบบนั้นไทยจะไม่มีความได้เปรียบ และหากพิจารณาจากมิติของความมั่นคงก็ไม่ควรทำ เพราะจะเป็นการแบ่งประเทศไปโดยปริยาย

สำหรับบทบาทของแลนด์บริดจ์ จะเป็นประตูการค้ารองรับการนำเข้าส่งออกของไทย รวมถึงเป็นประตูในการขนส่งและแลกเปลี่ยนสินค้าของประเทศในภูมิภาค เช่น อาเซียน และ BIMSTEC ส่วนด้านการขนส่ง จะเป็นทางเลือกในการถ่ายลำการขนส่งสินค้าระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก โดยเชื่อมต่อทางรางรถไฟ และทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway) นอกจากนั้นยังเป็นทางเลือกในการขนส่งน้ำมันดิบ โดยขนส่งทางเรือจากช่องแคบฮอร์มุซมายังท่าเรือระนอง และส่งผ่านทางท่อไปยังท่าเรือชุมพร เพื่อกระจายในภูมิภาค เช่น อาเซียน BIMSTEC รวมถึงจีนบางส่วน ทั้งนี้การก่อสร้างจะสร้างไปพร้อมกันในพื้นที่เดียวกัน เพื่อให้สอดคล้องตาม แผนบูรณาการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองเชื่อมต่อแนวเส้นทางรถไฟทางคู่ (MR-MAP) ของกระทรวงคมนาคม ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากการเวนคืนที่ดินของภาคประชาชน.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ