
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลสำรวจ ส.อ.ท.โพล (FTI Poll) ในหัวข้อ “ล็อกดาวน์อย่างไรเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และสาธารณสุข” โดยส่วนใหญ่มองว่า มาตรการล็อกดาวน์ในปัจจุบันควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้ในขอบเขตที่จำกัด โดยมีสาเหตุจากความไม่เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย โดย ส.อ.ท.เห็นว่าควรปรับมาตรการล็อกดาวน์ให้ผู้ที่ได้รับวัคซีน 2 เข็ม เข้าใช้บริการร้านอาหารและกิจการบางประเภทได้ โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ติดตามประวัติการเดินทาง ควบคุมผู้มีความเสี่ยงและรับรองผู้ได้รับวัคซีน 2 เข็ม มีการตรวจและติดตามเชิงรุกเพื่อคัดแยกตัวผู้ป่วย ใช้งบประมาณจัดหาและสนับสนุนค่าใช้จ่ายการซื้อชุดตรวจโควิด-19 ATK ให้แก่โรงงาน จะทำให้มาตรการได้ผลมากขึ้น
ทั้งนี้ ผลสำรวจพบว่า 78.1% ของผู้ตอบแบบสอบถาม มองว่า มาตรการล็อกดาวน์ควบคุมการแพร่ระบาดได้ในขอบเขตที่จำกัด ส่วน 15.4% ไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ โดยมองว่าเป็นเพราะการขาดความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย เช่น การลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย 72.6% ความไม่ชัดเจนในแนวปฏิบัติในแต่ละพื้นที่ 65.2% ขณะที่แนวทางใดจะช่วยทำให้การล็อกดาวน์เกิดความสมดุล การผ่อนปรนให้ผู้ที่ได้รับวัคซีน 2 เข็มเข้าใช้บริการร้านอาหาร สถานเสริมความงามเป็นคำตอบสูงสุด 73.6% นำเทคโนโลยีมาใช้ในการติดตามประวัติการเดินทาง ควบคุมผู้มีความเสี่ยงและระบบรับรองผู้ได้รับวัคซีน 2 เข็ม 69.7% การตรวจและติดตามเชิงรุกเพื่อคัดแยกตัวผู้ป่วย 68.7%
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยการแก้ปัญหาแรงงานเถื่อนว่า รัฐบาลควรเจรจานำเข้าแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีเงื่อนไขให้รับรองการฉีดวัคซีนแล้ว 2 เข็ม แล้วเข้ามาอยู่ในศูนย์พักและคัดกรองแรงงานเพื่อกักตัว โรงงานแห่งใดต้องการแรงงานกลุ่มนี้ก็ให้ติดต่อมาแล้วนำรถไปรับเข้าสู่โรงงานโดยตรง ซึ่งวิธีนี้ป้องกันการแพร่ระบาดและป้องกันการลักลอบนำเข้าแรงงานเถื่อนได้.