
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการพิจารณาเตรียมจัดทำกรอบการเจรจาความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าภาคพื้นแปซิฟิก (ซีพีทีพีพี) หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ไทยเข้าร่วมการเจรจา โดยได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์หารือกับองค์กรผู้บริโภค และผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียอีกครั้ง หลังจากที่องค์กรผู้บริโภคทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีคัดค้านการเข้าร่วม เพราะจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี โดยให้รายงานผลการทำความเข้าใจ และผลดีของการเข้าร่วมให้ กนศ. รับทราบ อย่างไรก็ตาม กรณีการเข้าร่วมซีพีทีพีพีนั้น ในฝั่งกระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ยืนยันว่าจะไม่ผลักดัน หรือนำเสนอ ครม.พิจารณาเห็นชอบ หากยังหาข้อสรุปร่วมกันไม่ได้ โดยเฉพาะประเด็นที่เป็นปัญหา เช่น การคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ การจัดซื้อโดยรัฐ ยาและสิทธิบัตร เป็นต้น
โดยล่าสุด มีข้อมูลจากเพจไบโอไทย (มูลนิธิชีววิถี) ระบุว่า สมุนไพรฟ้าทะลายโจรของไทย กำลังได้รับความนิยมมาก เพราะใช้ทำยาต้านไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ธุรกิจยักษ์ใหญ่ทั้งของไทยและต่างประเทศ เข้าสู่อุตสาหกรรมผลิตยาฟ้าทะลายโจรมากขึ้น จนเกิดความกังวลว่าจะครอบครองสิทธิในสายพันธุ์ฟ้าทะลายโจร หลังจากได้ปรับปรุงสายพันธุ์ใหม่ให้มีเปอร์เซ็นต์ของสารแอนโดรกราโฟไลด์ และอนุพันธ์ตั้งแต่ 9-14% เพื่อใช้ผลิตยารักษาโควิด-19
ทั้งนี้ เพจไบโอไทย (มูลนิธิชีววิถี) ระบุด้วยว่า หากเข้าร่วมซีพีทีพีพี ไทยจำเป็นต้องเข้าเป็นสมาชิกอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (ยูพอฟ) ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ที่ปรับปรุงสายพันธุ์ฟ้าทะลายโจรและขึ้นทะเบียนเป็นพันธุ์พืชใหม่กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไว้แล้วได้รับความคุ้มครองพันธุ์ใหม่ และจะได้สิทธิผูกขาดในสายพันธุ์ฟ้าทะลายโจรใหม่ รวมถึงได้อำนาจผูกขาดผลผลิต และผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะทำให้เกษตรกร หรือชุมชนจะนำไปขยายพันธุ์ต่อไม่ได้ และทำให้เกิดการผูกขาดยาจากสมุนไพรไทย.