
"คมนาคม" รายงานครม. ถึงการพัฒนาระบบคมนาคมทางรางในช่วง 7 ปี ลงทุนระบบรางทั่วประเทศ 1.5 ล้านล้านบาท มุ่งลดต้นทุนโลจิสติกส์-กระจายความเจริญทั่วประเทศ
วันที่ 29 มิถุนายน 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้รายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบถึงการพัฒนาระบบคมนาคมทางรางในช่วง 7 ปี (พ.ศ.2557- 2563) ของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีนโยบายชัดเจนว่ารัฐบาลจะพัฒนาการคมนาคมทางรางให้เป็นระบบขนส่งหลักของประเทศ เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ อำนวยความสะดวกในการเดินทาง สร้างโอกาส และกระจายความเจริญไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ จึงมีข้อสั่งการให้กระทรวงคมนาคมประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการพัฒนาระบบคมนาคมทางรางให้เกิดเป็นรูปธรรมให้เร็วที่สุด
ทั้งนี้ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการลงทุนในระบบราง มีการลงทุนรวม 1,508,648 ล้านบาท แยกเป็นการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลและพัฒนาสถานีกลางบางซื่อ 828,132 ล้านบาท พัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่และทางสายใหม่ 276,559 ล้านบาท และพัฒนาโครงข่ายรถไฟความเร็วสูง 403,957 ล้านบาท สามารถแยกรายละเอียดได้ ดังนี้
ส่วนที่ 1 การพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีการเร่งรัดการก่อสร้างรถไฟฟ้าเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนเพิ่มขึ้นจากก่อนปี 2557 มีโครงข่าย 4 เส้นทาง 85 กม. ปัจจุบัน รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนเปิดบริการแล้ว 5 สี 9 เส้นทางรวม 170.38 กม. จากทั้งหมด 554 กม. คิดเป็นประมาณ 25%ของโครงการข่ายทั้งระบบ
อยู่ระหว่างก่อสร้างมี 6 เส้นทางรวม 131.76 กม. ได้แก่
"ในส่วนของสายสีแดงเข้มช่วงบางซื่อ-รังสิต และสายสีแดงอ่อนช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน จะเปิดให้บริการในเดือนพ.ย. 2564 นี้ และโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอย่างสายสีเหลือง สายสีชมพู จะทยอยเปิดให้บริการประชาชนปีละ 30-40 กม.ในช่วงปี 2565-67"
ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างการประกวดราคาอีก 2 เส้นทาง 37 กม. คือสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) 23.6 กม. และสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-บางขุนนนท์ 13.4 กม. อยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนร่วมระหว่างรัฐและเอกชน(พีพีพี) 5 เส้นทาง ได้แก่
ส่วนที่ 2 การพัฒนาสถานีกลางบางซื่อ เป็นการก่อสร้างศูนย์กลางระบบราง และแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของประเทศ เป็นจุดเชื่อมต่อระบบรางที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนด้วยด้วยพื้นที่ 298,200 ตรม. 4 ชั้น 24 ชานชาลา
ส่วนที่ 3 การพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่และทางสายใหม่ เร่งรัดการก่อสร้างรถไฟทางคู่และทางสายใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและขนส่งสินค้า โดยเปิดให้บริการรถไฟทางคู่ 2 เส้นทาง 293 กม. ได้แก่
นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า ส่วนโครงการก่อสร้างทางคู่ 5 โครงการระยะทางรวม 700 กม. ที่อยู่ระหว่างดำเนินการประกอบด้วย ดังนี้
ส่วนที่ 4 การพัฒนาโครงข่ายรถไฟความเร็วสูง เพื่อพลิกโฉมระบบรางของไทย สนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยอนุมัติการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง 2 สายแรกระยะทางรวม 473 กม. ประกอบด้วย