ดีสนีย์ พลัส จ่อบุกตลาดเมืองไทย

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ดีสนีย์ พลัส จ่อบุกตลาดเมืองไทย

Date Time: 9 ม.ค. 2564 05:01 น.

Summary

ในวงการธุรกิจสตรีมมิงทีวีเริ่มคึกคักประเดิมศักราชใหม่ของปี 2564 กับข่าวแพร่สะพัดในโซเชียลมีเดียว่า ดิสนีย์พลัส (Disney+) บริการสตรีมมิง ทีวียักษ์ใหญ่ในวงการตัวจริงจากค่าย “วอลท์ ดิสนีย์”

Latest

10 ล้านแรงงานไทยเสี่ยงตกงาน  AI–EV เร่งดิสรัปชันจี้สร้างเศรษฐกิจชุมชน

ในวงการธุรกิจสตรีมมิงทีวีเริ่มคึกคักประเดิมศักราชใหม่ของปี 2564 กับข่าวแพร่สะพัดในโซเชียลมีเดียว่า ดิสนีย์พลัส (Disney+) บริการสตรีมมิง ทีวียักษ์ใหญ่ในวงการตัวจริงจากค่าย “วอลท์ ดิสนีย์” เตรียมเปิดตลาดในประเทศไทยเพียงแค่ยืนยันการประกาศตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งว่าเริ่มเมื่อใด

โดยในเฟซบุ๊ก Disney Thai Fanclub ได้โพสต์เตรียมรุกตลาดไทยกับอัตราค่าบริการราว 219 บาท สำหรับรายเดือน และ 2,200 บาทสำหรับรายปีสำหรับสมาชิก 1 ราย สร้างโปรโฟล์ผู้ใช้งานได้ 7 โปรไฟล์ สามารถรับชมพร้อมกันได้สูงสุด 4 อุปกรณ์

ธุรกิจสตรีมมิงทีวีได้รับความนิยมไปทั่วโลก แต่หลายๆคนยังไม่ทราบว่าคืออะไร ง่ายๆก็คือการชมรายการทีวีออนไลน์ผ่านอุปกรณ์ทีวีและอุปกรณ์มือถือต่างๆ ผู้ให้บริการจะเรียกเก็บค่าบริการจากการชมรายการต่างๆจากทั่วโลก ในรูปแบบของความคมชัดสูง โดยภาษาไม่ใช่อุปสรรคสำหรับการรับชม

ที่ผ่านมา เน็ตฟลิกซ์ (Net-flix) นับว่าเป็นผู้บุกเบิกในธุรกิจนี้และเป็นเจ้าตลาด ล่าสุดเปิดเผยตัวเลขสมาชิกไตรมาสที่ 3 ปีที่ผ่านมา มีสมาชิกทั่วโลก 195.15 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 2.20 ล้านราย โดยช่วงครึ่งแรกปีที่แล้วจำนวนสมาชิกพุ่งสูงถึง 25.86 ล้านราย เป็นตัวเลขผิดปกติได้รับผลบวกจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19

Netflix ได้เริ่มต้นซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนต์ซึ่งเป็นรายการภาพยนตร์ ซีรีส์ สารคดีที่น่าสนใจ เมื่อถึงจุดหนึ่งได้หันมาลงทุนคอนเทนต์ของตนเองโดยเฉพาะซีรีส์ต้นฉบับที่มีเนื้อหาสดใหม่

เป็นที่ทราบกันดีกันว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในปีที่ผ่านมาต่อเนื่องจนถึงปีนี้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ภาพยนตร์ฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์หลายๆเรื่องถูกยกเลิกการฉาย โรงภาพยนตร์ปิดให้บริการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ด้วยความหวังว่าปีนี้ธุรกิจจะกลับมาดำเนินการได้ปกติ

แต่ในช่วงเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ทางดิสนีย์ได้จัดงาน Investor Day 2020 กับการแสดงวิสัยทัศน์ในธุรกิจสตรีมมิงทีวีที่ตรงดิ่งหาผู้บริโภคโดยตรง ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจธุรกิจมีอนาคตจึงพากันเข้าไปลงทุนซื้อหุ้นเพียงแค่วันเดียวราคาหุ้นเพิ่มขึ้นถึงกว่า 14% และทำสถิติสูงสุดเพิ่มขึ้น 21% ในรอบปี และล่าสุดก้าวสู่ปีใหม่ราคาหุ้นยังขยับเพิ่มขึ้นอีก

สิ่งที่ทำให้หุ้นของดิสนีย์ได้รับความสนใจจากนักลงทุนนั่นก็คือความเชื่อมั่นในโมเดลธุรกิจนี่เอง ฟอร์แมตหรือรูปแบบของคอนเทนต์ที่จะฉายในโรงภาพยนตร์ ตามหน้าต่างของลิขสิทธิ์ต่างๆ รวมถึงการนำมาสตรีมมิงได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงไม่ต้องรอเวลาภาพ-ยนตร์หรือคอนเทนต์นั้นๆออกมาจากโรงภาพยนตร์ก่อน

แน่นอนว่าจากผลพวงของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ได้บีบบังคับให้ผู้คนอยู่บ้าน ทำงานจากบ้านกัน ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่ต้องพึ่งพาก็คือความบันเทิงที่หาได้จากที่บ้านนั่นเอง

แต่ก็ต้องมีสิ่งที่น่าสนใจและติดตามกันโดยเฉพาะคอนเทนต์ที่เป็นภาพยนตร์และซีรีส์ที่น่าสนใจ ทางดิสนีย์ได้ประกาศแผนการเพิ่มคอนเทนต์ทั่วโลก โดยจะลงทุนสร้างภาพยนตร์และซีรีส์มากกว่า 100 เรื่อง โดย 80% จะให้บริการใน Disney+ โดยตรง คอนเทนต์ใหม่อาทิ ภาพยนตร์และซีรีส์ Marvel รวม 10 เรื่อง, Star Wars รวม 10 เรื่อง, จาก Disney และ Pixar รวมกัน 30 เรื่อง เป็นต้น

รวมทั้งการเปิดแบรนด์ใหม่ สตาร์ (Star) ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ 6 ที่เพิ่มขึ้นใน Disney+ แบรนด์นี้ได้มาจากการซื้อกิจการของฟ็อกซ์ (Fox) จะมุ่งเน้นคอนเทนต์สำหรับผู้ใหญ่มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นแอ็กชัน, โรแมนติก, ตลก, อาชญากรรม, สยองขวัญ เช่น Die Hard, Alien, Family Guy, Deadpool, Logan, Kingsman และอื่นๆอีกมากมาย โดยจะเริ่มให้บริการในวันที่ 23 ก.พ.ที่จะถึงนี้ในหลายภูมิภาคทั่วโลกรวมทั้งเอเชีย ซึ่งคาดการณ์กันว่าจะรวมทั้งตลาดไทยด้วย

การเพิ่มคอนเทนต์ที่หลากหลายมากขึ้นเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคทุกกลุ่มเป้าหมาย ทุกเพศ ทุกวัย สำหรับแฟนๆที่ชื่นชอบการชมภาพยนตร์จะทราบกันดีว่าดิสนีย์ไม่ได้มีดีแค่การ์ตูน แต่คอนเทนต์หลากหลายและเป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินเปรี้ยงปร้างมาตลอด

ทางดิสนีย์จึงมีความมั่นใจกับโมเดลธุรกิจนี้ หลังจากเปิดตัวให้บริการมาตั้งแต่ปี 62 จนถึงล่าสุดปลายปีที่ผ่านมา มีสมาชิก 86.8 ล้านราย และในปีนี้จะเป็นปีที่ประสบการขาดทุนสูงสุด แต่จะสร้างผลกำไรได้ในปี 67 ซึ่งในปีนั้นคาดว่าจะเพิ่มจำนวนสมาชิกได้เป็น 230-260 ล้านราย

สำหรับค่ายแอปเปิล ที่ได้เริ่มให้บริการมาตั้งแต่ปี 62 เป็นอีกค่ายที่น่าสนใจเพราะประกาศทุ่มทุนมหาศาลเพื่อสร้างคอนเทนต์ของตนเองมีผู้กำกับ ดาราชื่อก้องมาร่วมกันมากมายกับบริการแอปเปิล ทีวี พลัส (Apple TV+) ด้วยเครือข่ายของอุปกรณ์แอปเปิลที่ใช้กันทั่วโลก ทำให้แอปเปิลสามารถขยายการให้บริการสตรีมมิงทีวีในระดับโลกได้ไม่ยากนัก มีคอนเทนต์ใหม่ๆทยอยออกมาในทุกเดือน

ในยุคของโควิด-19 ที่ยังมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง การอยู่บ้านนับเป็นวิธีการป้องกันที่ดีที่สุด เป็นที่น่ายินดีว่าจะมีทางเลือกใหม่ๆ สำหรับการเสพความบันเทิงที่บ้านได้เพิ่มมากขึ้น.

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ