
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ ว่า คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว มีมติให้จ่ายเงินส่วนต่างราคา ตามโครงการประกันรายได้ผู้ปลูกข้าวเปลือกปี 63/64 รอบที่ 1 งวด 5 โดยจ่ายให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน และระบุวันที่คาดจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.-6 ธ.ค.63 รวม 5 ชนิด คือ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี และข้าวเปลือกเหนียว เพราะทุกชนิดยังมีราคาต่ำกว่าราคาประกัน
ทั้งนี้ ปัจจุบันราคาตลาดข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 12,232.86 บาท ประกันตันละ 15,000 บาท มีส่วนต่างตันละ 2,767.14 บาท, ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ตันละ 11,726.91 บาท ประกันตันละ 14,000 บาท มีส่วนต่างตันละ 2,273.09 บาท, ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 9,189.93 บาท ประกันตันละ 10,000 บาท มีส่วนต่างตันละ 810.07 บาท, ข้าวเปลือกหอมปทุมธานีตันละ 10,079.73 บาท ประกันตันละ 11,000 บาท มีส่วนต่างตันละ 920.27 บาท และข้าวเปลือกเหนียวตันละ 11,213.54 บาท ประกันตันละ 12,000 บาท มีส่วนต่างตันละ 786.46 บาท โดยเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเปลือกหอมมะลิ จะได้ส่วนต่างครัวเรือนละ 38,739.96 บาท, ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ 36,369.44 บาท, ข้าวเปลือกเจ้า 24,302.10 บาท, ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี 23,006.75 บาท และข้าวเปลือกเหนียว 12,583.36 บาท
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 8 ธ.ค.นี้ พิจารณาให้ผู้ปลูกยางพาราที่ถือบัตรสีชมพู (ปลูกในที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ) เข้าร่วมโครงการประกันรายได้ เช่นเดียวกับเกษตรกรที่ถือบัตรสีเขียว (มีเอกสารสิทธิ) โดยจะได้รับเงินงวดแรกวันที่ 11 ธ.ค.63 และรัฐจะจ่ายทุกเดือน รวม 6 เดือน.