นโยบาย "โจ ไบเดน" ผลบวกเศรษฐกิจโลก ไทยพึงระวัง ละเมิดสิทธิมนุษยชน

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

นโยบาย "โจ ไบเดน" ผลบวกเศรษฐกิจโลก ไทยพึงระวัง ละเมิดสิทธิมนุษยชน

Date Time: 9 พ.ย. 2563 15:53 น.

Video

เทรนด์รถไทย 2026 ไฮบริด vs EV เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ? | Money Issue EP.42

Summary

“โจ ไบเดน” ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเด็ดขาด สร้างความชัดเจนการเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างสันติ และสร้างเสถียรภาพทางการเมืองสหรัฐฯ ส่งผลบวกอย่างยิ่งต่อการลงทุนในตลาดการเงิน
  • “โจ ไบเดน” ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเด็ดขาด สร้างความชัดเจนการเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างสันติ และสร้างเสถียรภาพทางการเมืองสหรัฐฯ ส่งผลบวกอย่างยิ่งต่อการลงทุนในตลาดการเงิน และความเชื่อมั่นการลงทุนและเศรษฐกิจในระยะสั้น

  • นโยบายจะมีผลต่อเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจภูมิภาค เศรษฐกิจไทยและตลาดการเงิน รวมทั้งธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ หลากหลายลักษณะ แต่โดยภาพรวมเป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชีย เป็นจุดเปลี่ยนของระบบการค้าโลกและโลกาภิวัตน์อีกครั้ง

  • “โจ ไบเดน” จะเข้ามีการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด ในเชิงรุก น่าจะทำให้สถานการณ์การติดเชื้อคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น ส่งผลดีทางเศรษฐกิจ ลดความเสี่ยงล็อกดาวน์รอบสองในสหรัฐฯ การกลับคืนมาของระบบการค้าแบบพหุภาคีและมาตรการกีดกันการค้าที่ไม่ใช่ภาษี


นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการและผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่า นโบายของโจ ไบเดน จะมีผลต่อเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจภูมิภาค เศรษฐกิจไทยและตลาดการเงิน รวมทั้งธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ หลากหลายลักษณะ แต่โดยภาพรวมเป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะภูมิเอเชีย เนื่องจากจะมีแนวคิดทางการเมืองและเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมผสมสังคมนิยมประชาธิปไตยอ่อนๆ ถือเป็นกลุ่มผู้นำทางการเมืองสายกลาง ค่อนมาทางซ้าย ซึ่งจะทำให้การเผชิญทางการเมือง เศรษฐกิจและทางการทหารในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกจะลดลง โลกจะมีสันติภาพมากขึ้น ระบบการค้าเสรีของโลกภายใต้ข้อตกลงแบบพหุภาคี จะกลับมามีบทบาทมากขึ้น TPP (Trans-Pacific Partnership) จะถูกรื้อฟื้นอีกครั้งหนึ่ง

“สุนทรพจน์ของไบเดน เพื่อสร้างความสมานฉันท์ปรองดองกับผู้สนับสนุนทรัมป์ และประกาศเยียวยาสังคมแบ่งแยกแตกแยกในช่วงที่ผ่านมา จะทำให้ความรุนแรงทางการเมืองไม่น่าจะเกิดขึ้น หรือถูกจำกัดวง สร้างความชัดเจนการเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างสันติและสร้างเสถียรภาพทางการเมืองสหรัฐฯ การชุมนุมประท้วงผลการเลือกตั้งอย่างจำกัด หรือมีการสั่งให้นับคะแนนใหม่โดยศาลในบางรัฐ จะไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้ง และไม่ส่งผลทำให้กระบวนการเข้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ต้องล่าช้าออกไป จะส่งผลบวกต่อการลงทุนในตลาดการเงินและความเชื่อมั่นการลงทุนและเศรษฐกิจในระยะสั้น”

 

นอกจากนี้ ไบเดน ยังส่งสัญญาณชัดเจนเรื่องการควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด คาดว่าผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์และสาธารณสุขจะมีบทบาทเพิ่มขึ้นในระดับนโยบายเพื่อแก้ปัญหาในเชิงรุก ซึ่งน่าจะทำให้สถานการณ์การติดเชื้อคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น ส่งผลดีทางเศรษฐกิจ ลดความเสี่ยงล็อกดาวน์รอบสองในสหรัฐฯ ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวเร็วมากกว่ายุโรป เนื่องจากยุโรปต้องเผชิญการล็อกดาวน์ และการระบาดระลอกสอง

สำหรับการตัดจีเอสพีต่อสินค้าไทย ในสมัยทรัมป์ เชื่อว่า ทางการไทยจะสามารถยื่นขอให้ทบทวนให้ได้รับสิทธิกลับคืนมาได้ ด้วยการนำเรื่องสิทธิแรงงาน สิทธิมนุษยชน และประเด็นสิ่งแวดล้อมและการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาตามมาตรฐานสากลเป็นข้อแลกเปลี่ยนได้ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบทางลบต่อภาคส่งออกไทยและเศรษฐกิจไทยโดยรวมไม่มากนัก จากการตัดสิทธิจีเอสพีของสหรัฐฯต่อสินค้าไทยครั้งล่าสุด เพราะอัตราการขยายตัวภาคส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและน่าจะเพิ่มอีกในยุคไบเดน ขณะที่สินค้าไทยที่เป็นคู่แข่งกับจีน การเติบโตอาจลดลงบ้าง

ขณะที่ นโยบายเก็บภาษีเพิ่ม ทั้งภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 21% เป็น 28% เก็บภาษีบุคคลธรรมดา เพิ่มจาก 37% เป็น 39% และวางแผนจะเก็บภาษีเงินกำไรจากเงินลงทุน โดยเก็บจากคนที่รายได้ตั้งแต่ 1 ล้านดอลลาร์ต่อปีขึ้นไปนั้น จะไม่มีผลต่อการปรับฐานของตลาดหุ้นสหรัฐฯในระยะนี้ คาดว่า น่าจะถูกนำมาใช้หลังจากเศรษฐกิจและตลาดการเงินสหรัฐฯ มีการฟื้นตัวอย่างชัดเจนแล้ว ซึ่งน่าจะเป็นปี ค.ศ. 2022 เป็นอย่างเร็ว

ส่วนการเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ การก่อหนี้เพิ่มเติม เพื่อชดเชยรายได้ของผู้ว่างงานและไม่ตัดลดสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแบบก้าวกระโดด โดยปรับค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มเป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ธุรกิจอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานมนุษย์เข้มข้นจะย้ายฐานมาทางภูมิภาคเอเชียมากขึ้น กดดันให้ดอลลาร์อ่อนลง ค่าเงินภูมิเอเชียแข็งค่าขึ้น ความเคลื่อนไหวค่าเงินภูมิภาคเอเชียก็ปรับตัวแข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา

“เงินบาทจะแข็งค่ามากที่สุด รองลงมาจากค่าเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซีย และมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง จากการเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้น กระแสเม็ดเงินระยะสั้นเก็งกำไรไหลเข้าตลาดการเงินของไทย แนวโน้มการไหลเข้าของเงินทุนระยะสั้นและการซื้อสุทธิของนักลงทุนสถาบันต่างชาติยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง แต่ถูกจำกัดลงจากความเสี่ยงวิกฤตการณ์รัฐธรรมนูญ และการเมืองในประเทศไทย”

นายอนุสรณ์ ประเมินว่า สหรัฐอเมริกาในยุค “โจ ไบเดน” น่าจะทำให้ CPTPP ลดความสำคัญลง และจะมีรื้อฟื้น TPP ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แต่ไทย จะได้รับประโยชน์อย่างจำกัดเพราะไทย ยังไม่ได้เป็นสมาชิกของข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและการค้าทั้งสองเวที จึงขอเสนอให้สำนักผู้แทนการค้าไทย และกระทรวงพาณิชย์ เร่งรัดเข้าสู่การเจรจา เพื่อเข้าเป็นสมาชิก TPP หากมีการรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ส่วนนโยบาย “Buy American” คงไม่ส่งผลต่อการซื้อสินค้าต่างชาติและภาคส่งออกเท่านโยบาย “America First” ของทรัมป์ อย่างแน่นอน

ในส่วนนโยบายต่อจีนจะดำเนินในฐานะหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ มากกว่าในฐานะคู่แข่งทางเศรษฐกิจและศัตรูทางเศรษฐกิจการค้าที่ต้องใช้มาตรการภาษีตอบโต้ หรือคว่ำบาตรด้วยมาตรการทางธุรกิจและกฎหมาย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลโจ ไบเดน น่าจะใช้ Non-Tarriffs Barriers หรือ ข้อกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีในการตอบโต้ต่อจีนและประเทศเอเชียบางประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศที่ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน สิทธิแรงงานและปัญหาสิ่งแวดล้อม

“แนวโน้มด้านสงครามการค้าโดยรวม ย่อมผ่อนคลายขึ้นแต่ไม่หมดไป เพราะสหรัฐฯ ยังต้องการจำกัดการขยายอิทธิพลและบทบาทจีนในภูมิภาคและในโลก นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดการกีดกันการค้าลงจะส่งบวก โดยเฉพาะผลดีอย่างมาก ต่อธุรกิจอุตสาหกรรมไทยที่มีห่วงโซ่อุปทานเชื่อมต่อกับสินค้าจีนที่ส่งไปสหรัฐฯ เช่น แผงวงจรไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ยางเป็นส่วนประกอบสำคัญ ชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ไม้และเฟอร์นิเจอร์”

ในด้านเงินทุนของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจพลังงานน้ำมันฟอสซิลและก๊าซธรรมชาติ อาจเคลื่อนย้ายมายังประเทศเอเชียและประเทศดาวรุ่งทางเศรษฐกิจ หรือตลาดเกิดใหม่ และธุรกิจเหล็กและอะลูมิเนียม อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาจเคลื่อนย้ายมาอาเซียนมากขึ้น กรณีธุรกิจอุตสาหกรรมเหล็กและอะลูมิเนียม อาจมีการลดกำแพงภาษีลง ส่วนธุรกิจอุตสาหกรรมทางด้านพลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือกจะเติบโตเพิ่มขึ้น พร้อมกับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอุตสาหกรรมรถยนต์แบบใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ซึ่งตอกย้ำให้อุตสาหกรรมรถยนต์ไทย ต้องเร่งปรับตัวโดยด่วน และต้องลงทุนเพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ สหรัฐฯ น่าจะไม่ลดความช่วยเหลือทางการทหาร ทางเศรษฐกิจ ทางการศึกษาวิจัย เพราะไม่ต้องการลดบทบาทตัวเองในฐานะผู้นำโลก ซึ่งต่างจากนโยบายของทรัมป์ ที่เน้น American First จึงตัดความช่วยเหลือด้านต่างๆ ต่อพันธมิตร และองค์กรระหว่างประเทศเกือบทั้งหมด และคาดว่าการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดโรคโควิด และโรคระบาดอุบัติใหม่ ในระดับโลกจะดีขึ้น จากการสนับสนุนองค์การอนามัยโลกมากขึ้น ภายหลังความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์ และผู้อำนวยการอนามัยโลกไม่ราบรื่น อีกทั้งสหรัฐฯน่าจะกลับเข้าสู่ข้อตกลงปารีสว่าด้วยบรรยากาศโลก และปัญหาภาวะโลกร้อน (Paris Climate Agreement) อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอาจไม่เกิดขึ้นโดยง่าย เพราะวุฒิสภาอาจไม่ทำตาม หลังจากถอนตัวอย่างเป็นทางการในสมัยรัฐบาลทรัมป์

ขณะที่ทางการไทยควรให้ความสำคัญเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิแรงงาน ประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญามากขึ้น เพราะเชื่อว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่พรรคแดโมแครต เป็นรัฐบาลและมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ รัฐบาลสหรัฐฯจะดำเนินการเชิงรุกในการนำเอาประเด็นเหล่านี้เข้ามาอยู่ในการเจรจาทางการค้าและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ