
เปรียบเทียบชัดๆ "คนละครึ่ง" vs "ช้อปดีมีคืน" 1 คน 1 สิทธิ์ เลือกได้โครงการเดียว โครงการไหนเหมาะกับใคร แบบไหนคุ้มกว่ากัน
หลังจาก ครม.อนุมัติมาตรการสำคัญ โครงการที่จะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายในประเทศ ได้แก่ 1. มาตรการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ให้ประชาชน 14 ล้านคน 2. มาตรการคนละครึ่ง กระตุ้นการใช้จ่าย 3. มาตรการช้อปดีมีคืน ประชาชนนำค่าใช้จ่ายซื้อสินค้ามาลดหย่อนได้ 30,000 บาท
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง จะต้องไม่ใช่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และผู้ที่ได้รับสิทธิ์และใช้สิทธิ์ในโครงการคนละครึ่งแล้ว จะไม่ได้รับสิทธิ์มาตรการช้อปดีมีคืน
โครงการ "คนละครึ่ง"
- สัญชาติไทย
- อายุ 18 ปีขึ้นไป
- ไม่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
- จำกัดจำนวน 10 ล้านคน หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด
- ต้องลงทะเบียน www.คนละครึ่ง.com
- รัฐบาลช่วยจ่ายค่าสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม คนละ 3,000 บาท จำกัดสิทธิ์ไม่เกิน 150 บาทต่อวัน
- สินค้า อาหาร เครื่องดื่ม กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ (ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ยาสูบ, ลอตเตอรี่ และบริการ)
- 23 ตุลาคม จนถึง 31 ธันวาคม 2563
- รายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี
- สามารถนำไปซื้อสินค้าจากร้านค้าขนาดเล็ก, ตลาด, ร้านโชห่วย
- มีค่าลดหย่อนภาษีในส่วนอื่นๆ อยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้องเสียภาษี
โครงการ "ช้อปดีมีคืน"
- ผู้เสียภาษีปี 2563
- ไม่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
- ไม่ต้องลงทะเบียน เพียงขอใบกำกับภาษี
- นำค่าใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการ ไปลดหย่อนภาษีได้ตามจริงสูงสุด 30,000 บาท
- สินค้าและบริการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม, สินค้า OTOP และหนังสือ (ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, บุหรี่, ลอตเตอรี่, น้ำมัน, ค่าที่พัก และตั๋วเครื่องบิน)
- 23 ตุลาคม จนถึง 31 ธันวาคม 2563
- มีรายได้สุทธิเกิน 500,000 บาท
- ซื้อของในห้าง/ ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- มีแผนซื้อของมูลค่าสูงปลายปีนี้.
ขอบคุณเฟซบุ๊ก Krungthai Care
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง