
นายนริศ สถาผลเดชา หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) หรือ TMB Analytics เปิดเผยว่า การบริโภคภาคเอกชนมีสัญญาณแผ่วลง จากที่มีทิศทางปรับดีขึ้นหลังคลายล็อกดาวน์ ล่าสุดในเดือนสิงหาคม การใช้จ่ายสินค้าหมวดไม่คงทนและหมวดบริการแผ่วลง จากกำลังซื้อที่ยังคงอ่อนแอ มีเพียงการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนที่ยังคงเพิ่มขึ้น จึงมีโอกาสที่แรงส่งของการฟื้นตัวจะอ่อนแรงลงไปอีก ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาข้อมูลธุรกรรมการชำระเงิน จากหลากหลายช่องทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์ พบว่าทิศทางเริ่มแผ่วลงในเดือนกรกฎาคมเช่นเดียวกัน สะท้อนจากมูลค่าการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต มูลค่าการใช้จ่ายผ่านมือถือ รวมทั้งการโอนเงินผ่านพร้อมเพย์ ที่ดีขึ้นต่อเนื่องนับจากจุดต่ำสุดในเดือน เม.ย.ก็เริ่มแผ่วลงช่วงไตรมาส 3 เช่นกัน
ดังนั้น รัฐควรออกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายเป็นแพ็กเกจ เน้นกลุ่มที่รายได้ได้รับผลกระทบจากโควิดจำกัด เพื่อหนุนการบริโภคในภาพรวม ซึ่งกลุ่มนี้มีจำนวน 15.5 ล้านคน หรือ 40% ของจำนวนคนในตลาดแรงงาน (38.2 ล้านคน) ซึ่งโดยรวมยังมีอำนาจซื้ออยู่ในเกณฑ์ดี ประกอบด้วย ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทและธุรกิจเอกชน ไม่รวมกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว หากมีมาตรการมากระตุ้นให้กลุ่มนี้ใช้จ่ายมากขึ้น คาดว่าจะช่วยให้การบริโภคฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง อาจเป็นมาตรการที่นำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือเป็นเงินสดคืนให้เป็นร้อยละของยอดใช้จ่าย (Cash Back) “เมื่อเครื่องยนต์เศรษฐกิจภาคต่างประเทศส่งสัญญาณฟื้นตัวช้า ทั้งการส่งออกและการท่องเที่ยว ดังนั้น กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศถือเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก มองว่ามาตรการภาครัฐเพื่อกระตุ้นค่าใช้จ่ายในประเทศจึงเป็นสิ่งจำเป็น ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น”.