
กรมศุลกากร แจงการตรวจพัสดุส่งไปรษณีย์ระหว่างประเทศ เพื่อประเมินภาษี จะมีเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ร่วมเปิดด้วยทุกครั้ง เผยหากไม่เห็นด้วยกับค่าประเมิน สามารถโต้แย้งได้
นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร กล่าวว่า ตามที่สื่อสังคมออนไลน์มีข้อสงสัยถึงการปฏิบัติงานของกรมศุลกากร เกี่ยวกับการเปิดตรวจพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ และการประเมินค่าภาษีอากรนั้น
กรมศุลกากรขอชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวเราปฏิบัติภายใต้ประมวลระเบียบปฏิบัติศุลกากร พ.ศ.2560 โดยเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรจะเปิดตรวจ และประเมินค่าภาษีอากรต่อหน้าเจ้าหน้าที่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมเปิดด้วยทุกครั้ง เมื่อตรวจเสร็จสิ้นแล้วจะดำเนินการปิดหีบห่อพัสดุด้วยการคาดเทปกาวพลาสติกที่มีข้อความทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ "เปิดตรวจ/ปิดผนึก โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรร่วมกับเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์"
ส่วนการประเมินค่าภาษีอากร กรมศุลกากรจะประเมินค่าภาษีอากรตามแนวของการประเมินราคาศุลกากรภายใต้ความตกลงแกตต์ขององค์การการค้าโลก โดยใช้ราคาซื้อขายได้จริงที่รวมค่าขนส่งและค่าประกันภัย (CIF) เป็นฐานในการประเมินค่าภาษีอากร เบื้องต้นจะพิจารณาราคาจากเอกสารรายละเอียดของสินค้าและราคา ที่แนบมากับหีบห่อ เว้นแต่มีข้อสงสัยว่าราคาที่ปรากฏนั้นไม่น่าจะใช่ราคาซื้อขายแท้จริง
สำหรับการโต้แย้งการประเมินค่าภาษีอากร ในกรณีที่ที่ทำการไปรษณีย์แจ้งให้ไปรับพัสดุไปรษณีย์และชำระค่าภาษีอากร ณ ที่ทำการไปรษณีย์ หากไม่เห็นด้วยกับการประเมินค่าภาษีอากร สามารถยื่นคำร้องขอให้ประเมินภาษีใหม่ตามแบบฟอร์มที่กำหนดก่อนการชำระค่าภาษีอากร พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการโต้แย้ง
ทั้งนี้ ให้แนบใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยที่ยังไม่ต้องรับสิ่งของ เพื่อให้ที่ทำการไปรษณีย์นั้นส่งพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวกลับไปยังหน่วยงานศุลกากรพิจารณาทบทวนความถูกต้องของการประเมินค่าภาษีอากรต่อไป
นายชัยยุทธ กล่าวอีกว่า ในเดือน ส.ค. 63 ที่ผ่านมา กรมศุลกากรตรวจพบการกระทำผิดตามกฎหมายศุลกากร หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับศุลกากร จำนวน 1,841 คดี คิดเป็นมูลค่ารวม 322 ล้านบาท สิ่งที่ตรวจพบ คือ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เอ็กซ์ตาซี่) จำนวนประมาณ 9,949 เม็ด มูลค่าประมาณ 8 ล้านบาท น้ำมันดีเซล จำนวน 60,000 ลิตร มูลค่าประมาณ 1.4 ล้านบาท หอมและกระเทียม จำนวน 13 ตัน มูลค่ากว่า 400,000 บาท.