ทำไมจะมีเงินล้านไม่ได้!

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ทำไมจะมีเงินล้านไม่ได้!

Date Time: 17 ก.ค. 2563 05:01 น.

Summary

ถ้าคุณต้องทำงานหนักเพื่อจะได้ค่าแรงขั้นต่ำ วันละ 300 กว่าบาท ภารกิจพิชิตเงินล้าน...ทำได้ง่ายกว่าเยอะ!! เมื่อมีพี่หนู “แม่บ้านเงินล้าน” ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำได้มาแล้ว

Latest

ไทยปิดดีล EFM 2026 สวยหรู ดึง 10 กองถ่ายต่างชาติเข้าไทยลงทุนทะลัก

ค่าแรงวันละ 300 ทำไมจะมีเงินล้านไม่ได้!! ถ้าคุณต้องทำงานหนักเพื่อจะได้ค่าแรงขั้นต่ำ วันละ 300 กว่าบาท ภารกิจพิชิตเงินล้าน...ทำได้ง่ายกว่าเยอะ!! เมื่อมีพี่หนู “แม่บ้านเงินล้าน” ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำได้มาแล้ว เราก็ต้องทำได้!!

ขอแค่ให้รู้จักใช้เงิน มีวินัยในการออม และนำเงินออมไปลงทุน!! ที่สำคัญคือขอให้ลงมือทำตั้งแต่วันนี้...และเดี๋ยวนี้!!

“คุณนายพารวย” ได้รับการชี้แนะแนวทางจาก “พี่ก้อย” วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ กรรมการและอุปนายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (CFP) นักวางแผนการเงินอันดับต้นๆของประเทศ ที่ได้จัดทำ “แผนพิชิตเงินล้าน” ให้สำหรับคนหาเช้ากินค่ำ รับค่าแรงขั้นต่ำเพียงวันละ 300 บาท ว่าต้องใช้จ่าย เก็บออมและลงทุนอย่างไรให้ได้ “จับเงินล้าน” มาลงมือปฏิบัติไปด้วยกันเลย!!

ถ้ารายได้วันละ 300 บาท และแต่ละสัปดาห์มีวันหยุด 1 วัน จะมีเวลาทำงานและมีรายได้ 26 วัน ก็จะมีรายรับ 7,800 บาทต่อเดือน ให้เก็บออมไว้ก่อนเลยวันละ 30 บาท (10% ของค่าแรง) ก็จะออมได้เดือนละ 780 บาท ที่เหลือเป็นค่าใช้จ่าย 7,020 บาท

ให้จัดสรรเป็นงบค่าเช่าบ้าน+น้ำไฟ รวมเดือนละ 2,000 บาท ค่าอาหารวันละ 100 บาท ตกเดือนละ 3,000 บาท อีก 2,020 บาท ให้เป็นค่าเดินทาง+เสื้อผ้า+โทรศัพท์ (ปรับได้ตามความเหมาะสม)

ให้นำเงินออมที่ได้เดือนละ 780 บาท ไปลงทุน ถ้าเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 20 ปี จนอายุ 60 ปี หากได้ผลตอบแทน 3% ต่อปี ระยะเวลา 40 ปี จะมีเงินออม 726,928 บาท แต่หากได้ผลตอบแทน 5% ต่อปี จะได้เงิน 1,187,220 บาท

แต่เงินออมจะเพิ่มเป็น 4,556,933 บาท หากลงทุนได้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 10%

และถ้าเราเป็นแรงงานมีฝีมือ หรือนายจ้างใจดีให้ค่าแรงวันละ 450 บาท ทำงาน 26 วัน จะมีรายได้ 11,700 บาทต่อเดือน ทำให้เก็บออมได้มากขึ้นเป็นวันละ 45 บาท เดือนละ 1,170 บาท เงินที่เหลือก็มาใช้จ่ายเพิ่มขึ้นได้เป็นค่าเช่าบ้าน+น้ำไฟ เดือนละ 3,000 บาท ค่าอาหารวันละ 150 บาท ตกเดือนละ 4,500 บาท อีก 3,030 บาท จัดสรรเป็นค่าเดินทาง+เสื้อผ้า+โทรศัพท์

เงินออมที่นำไปลงทุน เดือนละ 1,170 บาท หากได้ผลตอบแทน 3% ต่อปี ในเวลา 40 ปี จะมีเงินออม 1,090,393 บาท และจะเพิ่มเป็น 1,780,830 บาท หากได้ผลตอบแทน 5% ต่อปี

แต่ถ้าได้ผลตอบแทน 10% ต่อปี เงินออมจะกระโดดเพิ่มขึ้นเป็น 6,835,399 บาท!!!

นี่ยังไม่นับว่าหากขยันทำโอที หารายได้เสริม ทำอาหารหรือรับอาหารไปขายในที่ทำงาน หรือขายของออนไลน์ มีรายได้เพิ่มขึ้นก็ออมได้เพิ่มขึ้นและนำเงินมาลงทุนได้มากขึ้น

และเช่นเคย ท่องไว้ให้ขึ้นใจ คัมภีร์การออมให้สำเร็จที่ “พี่ก้อย” ย้ำเสมอคือต้อง “ออมก่อนใช้” การวางแผนและตั้งเป้าหมายการเงินเป็นเรื่องสำคัญ แต่ที่สำคัญกว่าคือการนำเงินออมไปลงทุนเพื่อให้เงินงอกเงยบรรลุเป้าหมาย!!

ขณะที่ยังคงแนะนำให้หาความรู้การออมการลงทุนได้ที่ www.set.or.th  กดต่อไปที่หัวข้อ “ความรู้การลงทุน” จะพบกับข้อมูลที่มีประโยชน์มากมาย.

คุณนายพารวย


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ