“สุริยะ” ยันไทยเป็นฐานผลิตสำคัญ กลุ่มยักษ์ใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้ายังขยายการลงทุน

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“สุริยะ” ยันไทยเป็นฐานผลิตสำคัญ กลุ่มยักษ์ใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้ายังขยายการลงทุน

Date Time: 29 พ.ค. 2563 08:21 น.

Summary

“สุริยะ” ย้ำยักษ์อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของโลก ยังยืนยันขยายการลงทุนในไทยต่อ แต่เน้นลงทุนในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าและเทคโนโลยีขั้นสูง รับเทรนด์ใหม่ของตลาดโลก

Latest

ททท.ปรับเกมท่องเที่ยวปี 69 ลุยคุณภาพดันรายได้ 3 ล้านล.

“สุริยะ” ย้ำยักษ์อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของโลก ยังยืนยันขยายการลงทุนในไทยต่อ แต่เน้นลงทุนในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าและเทคโนโลยีขั้นสูง รับเทรนด์ใหม่ของตลาดโลก พร้อมเปิดตัวเลขไตรมาส 1 มีโรงงานกลุ่มไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์เปิดใหม่ถึง 33 แห่ง ปิดไปเพียง 3 แห่ง ด้านเอกชนเสนอฟื้นมาตรการชิมช้อปใช้กระตุ้นกำลังซื้อ-ตั้งกองทุน 5,000 ล้านบาท ช่วยผู้ประกอบการขยายกิจการคล่องตัว

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยหลังหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ถึงมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า จากการหารือได้รับการยืนยันจากผู้ประกอบการกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ พานาโซนิค, มิตซูบิชิ, โตชิบา, ซัมซุง, เวิสเทิร์นดิจิทัล ฯลฯ จะยังคงขยายการลงทุนในประเทศไทยต่อไป แต่จะเน้นการลงทุนในผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่มีมูลค่าและเทคโนโลยีขั้นสูง ประเภทสมาร์ทเทคโนโลยีเป็นหลัก ตามเทรนด์การลงทุนของโลก

สำหรับการย้ายการลงทุนของบางบริษัท ไปยังประเทศอื่นๆ ก็เป็นบริษัทที่มีไลน์หรือสายการผลิตประเภทเทคโนโลยีทั่วไป ขณะที่วิกฤติโควิด-19 แม้จะสร้างความเสียหายในภาคเศรษฐกิจแต่ก็ยังมีข่าวดีว่าประเทศไทยยังสามารถส่งออกสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ได้เพิ่มขึ้นในไตรมาส 1 ของปีนี้ 5-10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เพราะลูกค้าต่างชาติมั่นใจผลิตภัณฑ์จากประเทศไทย

นายสุริยะกล่าวว่า ล่าสุด ตัวเลขกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) พบว่า ไตรมาส 1 ปีนี้ (ม.ค. -มี.ค.) กลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มีการเปิดโรงงานแห่งใหม่ๆ ในไทยรวม 33 แห่ง มีการจ้างงาน 25,000 คน ขณะที่มีการปิดโรงงานเพียง 3 แห่ง เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีการเปิดโรงงาน 30 แห่ง มีการจ้างงาน 7,500 คน และปิดโรงงาน 10 แห่ง ผู้ประกอบการที่ร่วมหารือครั้งนี้ ได้เสนอให้รัฐบาลกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ เช่น โครงการชิมช้อปใช้ เพื่อกระตุ้นยอดขายของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยกระทรวงจะหารือกับกระทรวงการคลังอีกครั้ง และเสนอให้จัดตั้งกองทุนร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน รูปแบบคล้ายกองทุนในจีน เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการทั้งขนาดใหญ่ กลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่อาจติดขัดในการเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

ล่าสุด ภาคเอกชนเสนอให้กองทุนวงเงินเริ่มต้น 5,000 ล้านบาท และอาจใช้เงินตั้งต้นจากงบประมาณฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก วงเงิน 400,000 ล้านบาทของ พ.ร.ก.เงินกู้ โดยกระทรวงจะหารือกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ถึงแนวทางความเป็นไปได้ว่าใช้เงินนี้ได้หรือไม่ เพราะ สศช.กำหนดให้แต่ละหน่วยงานเสนอโครงการฟื้นฟูฯภายใน 5 มิ.ย.นี้ เพื่อเสนอ ครม.อนุมัติโครงการภายใน ก.ค.นี้

ด้านนายโชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ยอดคำขอส่งเสริมการลงทุนกลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-พ.ค.) มี 62 ราย มูลค่าลงทุนรวม 26,700 ล้านบาท จากช่วงปีก่อนมีคำขอลงทุน 50 ราย มูลค่า 27,400 ล้านบาทจากนักลงทุนต่างชาติ อาทิ ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ สหรัฐฯ โดยการลงทุนปัจจุบันมุ่งเทคโนโลยีขั้นสูงตามเทรนด์โลก

นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธาน ส.อ.ท. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฟื้นฟูหลังโควิด-19 กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับนักลงทุนต่างชาติ ทั้งสหรัฐฯ สหภาพยุโรป จีน ได้รับข่าวดีว่าไทยเป็นประเทศที่นักลงทุนให้ความสนใจ โดยเฉพาะการลงทุนที่มีฐานการผลิตอยู่ในจีน และจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ต่างชาติที่มีฐานลงทุนอยู่ในประเทศอื่นๆทั่วโลก มีความสนใจย้ายฐานการผลิตเข้ามาในไทยมากขึ้น จึงขึ้นอยู่กับความพร้อมของประเทศไทย ทั้งภาครัฐและเอกชนในการดึงการลงทุนครั้งนี้

นางกนิษฐ เมืองกระจ่าง ประธานอุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคม ส.อ.ท. กล่าวว่า ไทยยังเป็นฐานการผลิตสำคัญของอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคม และเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะการผลิตอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูง ส่วนการผลิตทั่วไป นักลงทุนรายใหญ่อาจย้ายฐานการผลิตไปประเทศที่รองรับการลงทุนดังกล่าว ดังนั้น ไม่อยากให้กังวล และจากโควิด-19 ทำให้ 2 อุตสาหกรรมนี้มีการเติบโตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผลจากมาตรการเวิร์ก ฟรอม โฮม ที่กระตุ้น ยอดขายทั้งในประเทศและต่างชาติ เบื้องต้นคาดว่าการส่งออกของอุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคมปีนี้จะอยู่ที่ 6-10%.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ