
ครม. อนุมัติโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง วงเงิน 10,300 ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 7 ต่อปี รัฐบาลช่วยร้อยละ 3 ภายในระยะเวลา 7 ปี
วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีอนุมัติ "โครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง" วงเงิน 10,300 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทั้งประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้านทั่วประเทศ จำนวนกว่า 2,800 ราย ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7 ต่อปี
ทั้งนี้ ผู้กู้ (ชาวประมง) จะจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 3 รัฐบาลจะรับไปชดเชยดอกเบี้ยให้ โดยผู้กู้จะต้องจ่ายให้เรียบร้อยภายในระยะเวลา 7 ปี นับตั้งแต่วันที่กู้
สำหรับดอกเบี้ยที่รัฐบาลรับไปชดเชยให้นั้น แบ่งได้ดังนี้
1. ค่าชดเชยดอกเบี้ยให้กับธนาคารออมสินปีละ 150 ล้านบาท รวม 1,050 ล้านบาท
2. ค่าชดเชยดอกเบี้ยให้กับธนาคาร ธ.ก.ส. ปีละ 159 ล้านบาท รวม 1,113 ล้านบาท
โดยให้ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีจากสำนักงบประมาณตามรายจ่ายที่เกิดขึ้นได้จริง ส่วนอีก 1.1 ล้านบาท จะใช้เป็นค่าดำเนินโครงการ ค่าประชาสัมพันธ์ และค่าติดตามประเมินโครงการ
ในส่วนของการปล่อยกู้จาก "ธนาคารออมสิน" จะปล่อยกู้ที่วงเงินสินเชื่อรวม 5 พันล้านบาท ปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการที่มีเรือประมงขนาดตั้งแต่ 60 ตันกรอสขึ้นไป สูงสุดไม่เกินรายละ 10 ล้านบาท ส่วนของการปล่อยกู้จาก "ธ.ก.ส." จะปล่อยกู้ที่วงเงินสินเชื่อรวม 5.3 พันล้านบาท ปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการที่มีเรือประมงขนาดต่ำกว่า 60 ตันกรอสขึ้นไป สูงสุดไม่เกินรายละ 5 ล้านบาท สามารถแบ่งสินเชื่อได้ 2 ประเภท ดังนี้
1. กู้ระยะสั้น เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ
2. กู้ระยะยาว เพื่อเป็นทุนในการปรับปรุงเรือ ปรับเปลี่ยนเครื่องมือในการทำประมง
1. เป็นบุคคลธรรมดา
2. อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
3. สัญชาติไทย หรือเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย
4. ผู้ที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ์ครอบครองเรือที่มีทะเบียนเรือไทย
5. มีประสบการณ์ทำประมงมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี