ปฏิรูปการศึกษา New Normal “ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม” แนะสูตรสำเร็จห้องเรียนออนไลน์

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ปฏิรูปการศึกษา New Normal “ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม” แนะสูตรสำเร็จห้องเรียนออนไลน์

Date Time: 18 พ.ค. 2563 05:02 น.

Summary

จิตวิญญาณของ ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม ผู้อำนวยการโรงเรียนทิวไผ่งาม จึงเต็มไปด้วยความคิดที่ต้องการจะทำให้ระบบการศึกษาของชาติสมบูรณ์ในแบบที่นานาอารยประเทศทำกัน

Latest

ปักหมุด "คนตังค์น้อย" เที่ยวไทยปี 2569 5 เมืองน่าเที่ยวประหยัดงบได้จริง

คร่ำหวอดอยู่ในระบบการเรียนการสอนมาตลอด 30-40 ปี นับตั้งแต่รุ่นพ่อแม่มาจนถึงรุ่นของตนเอง

จิตวิญญาณของ ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม ผู้อำนวยการโรงเรียนทิวไผ่งาม จึงเต็มไปด้วยความคิดที่ต้องการจะทำให้ระบบการศึกษาของชาติสมบูรณ์ในแบบที่นานาอารยประเทศทำกัน

เธอจึงออกจะแปลกแยกในหมู่นักการศึกษาด้วยกัน และจิตวิญญาณของการเป็นนักปฏิรูประบบการศึกษาที่เธอเชื่อมั่นเสมอว่า เป็นรากฐานของการลดความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนถึงพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศชาติ

โรงเรียนทิวไผ่งามถือเป็นโรงเรียนเอกชนรุ่นแรกๆที่นำระบบการเรียนการสอนในแบบ 2 ภาษา (Bilingual) เข้ามาให้การศึกษาแก่นักเรียนของตนที่รับตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปจนถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6

ดร.ณหทัยเล่าให้ ทีมเศรษฐกิจ ฟังว่าก่อนหน้านี้คือ ก่อนจะมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เธอและสามี ได้ร่วมกันก่อตั้ง Canadian Thailand ในปี 2557 จนถึงปัจจุบัน โดยใช้โรงเรียนทิวไผ่งามเป็นที่ตั้ง และทำงานร่วมกับ Braincloud แพลตฟอร์มการเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่เธอเป็นผู้นำเข้ามาจากประเทศแคนาดา แต่ปรับเปลี่ยนให้สามารถใช้กับหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการไทยได้ เพื่อทำให้เด็กๆและเยาวชนของชาติสามารถมีส่วนร่วม และเรียนกับเจ้าของภาษาในแบบเรียลไทม์ได้ง่ายขึ้น

Braincloud (เบรนคลาวด์) เป็นสถาบัน และองค์กรการศึกษา ซึ่งได้พัฒนาระบบพื้นฐานด้านเทคโนโลยีทันสมัย และพื้นที่การเรียนที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเร่ง และส่งเสริมการเพิ่มพูนทักษะด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นมาจากการที่ ดร.ณหทัย และสามี (นายแทน : ธันธเนศ สมบูรณ์ทรัพย์) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของภาษาอังกฤษที่มีต่อเด็กไทย

ในขณะที่ทั้งสองมีความเชี่ยวชาญที่สามารถนำมาผสมผสานกันได้ระหว่างความเชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอน กับความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ซึ่งสามารถนำมาใช้เพื่อประโยชน์ในการวางรากฐานทางการศึกษาของประเทศชาติในอนาคตได้ ที่สำคัญคือ มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการสอนภาษาอังกฤษมากว่า 10 ปีแล้ว

One Tablet Per Child

“เราเคยได้รับมอบหมายให้ทำเรื่องของ One Tablet Per Child จาก รัฐบาลอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ครั้งนั้นทำให้ต้องคิดถึงเนื้อหาสาระ (Content) ที่จะนำไปสอนและใช้เทคโนโลยีของเบรน แชริ่ง คือ การสอนภาษาอังกฤษผ่านห้องเรียนปกติ เพื่อถ่ายทอดทางออนไลน์ไปยังโรงเรียนอื่นๆที่เข้าร่วมกับเรา ในเนื้อหาเดียวกันแบบเรียลไทม์จากโรงเรียนทิวไผ่งามไปยังโรงเรียนเอกชน รวมถึงโรงเรียนรัฐบาลที่อยู่ห่างไกลความเจริญในจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส จำนวนกว่า 30 โรงเรียน...

ในระบบนี้ เรามีเด็กที่เข้าเรียนภาษาอังกฤษผ่านระบบออนไลน์นี้แล้วมากกว่า 6,000 รายด้วยกัน”

ดร.ณหทัยอรรถาธิบายต่อว่า เบรนคลาวด์ ถือเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่เป็นมากกว่าแพลตฟอร์มปกติ เปรียบเสมือนการนำโรงเรียนมาจำลองในรูปแบบออนไลน์ เป็นระบบที่ทำขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ครูที่จะสอนผ่านออนไลน์ ได้มีเทคโน-โลยีที่สามารถตอบโจทย์การสอนได้ในทุกรูปแบบ โดยมีการจัดตารางสอน การจัดตารางผู้สอน รวมถึงมีระบบประเมินผลทดสอบหลังการเรียน ซึ่งมีประสิทธิภาพเทียบเท่าการเรียนในรูปแบบปกติ

สำหรับเบรนคลาวด์ในปัจจุบันมีครูสอนภาษาอังกฤษจากประเทศแคนาดาที่มีใบรับรองการสอนผ่านระบบออนไลน์หรือ Canadian Online Teaching Certificate กว่า 200 คน ส่วนในไทยมีครูสอนภาษาอังกฤษที่ได้ใบรับรองจากโรงเรียนทิวไผ่งาม และเบรนคลาวด์มากกว่า 13 คน ที่พร้อมจะดำเนินการสอนผ่านระบบออนไลน์

“ทิวไผ่งาม” เสนอตัวช่วย

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ซึ่งเป็นผู้จัดระบบการเรียนการสอนให้กับโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ให้แต่ละโรงเรียนหาวิธีเปิดการเรียนการสอน ก่อนจะเริ่มเปิดภาคเรียน 2563 ในเดือน ก.ค.นี้

ดร.ณหทัยในฐานะผู้บริหารโรงเรียนทิวไผ่งามรุ่นที่ 2 จึงอาสาเป็นโรงเรียนที่จะช่วยแบ่งปันความรู้ที่มีอยู่สู่โรงเรียนอื่นที่ประสบปัญหาการขาดแคลนครูในวิชาต่างๆเป็นระยะเวลา 1 ปี

โดยการเรียนการสอนจะมีตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นการสอนผ่านระบบออนไลน์ใน 8 วิชาสามัญ เช่น วิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ เป็นต้น

การเรียนการสอนเหล่านี้จะมอบให้กับโรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศที่สนใจ โดยโรงเรียนทิวไผ่งามได้เริ่มทดลองสอน 8 วิชาสามัญในภาคเรียนปีการศึกษา 2563 แล้ว ซึ่งการเรียนการสอนรูปแบบนี้เรียกว่า “School to School” หรือการจำลองการเรียนในห้องเรียนมาเป็นรูปแบบโรงเรียนออนไลน์

ลดต้นทุนจ้างครูสอนภาษา

สำหรับหลักสูตรการสอนในแต่ละวิชานั้น เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และกระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ทุกอย่าง เพียงแต่นำมาสอนในรูปแบบใหม่ภายใต้ระบบออนไลน์เท่านั้น โดยการออกแบบการเรียนการสอนจะมาจากครูในโรงเรียนทิวไผ่งามที่มีประสบการณ์มาหลายสิบปี

“ที่ผ่านมาบางโรงเรียนขาดแคลนครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ซึ่งถ้าหากโรงเรียนเหล่านี้ตัดสินใจใช้หลักสูตรของทิวไผ่งามผ่านระบบเบรนคลาวด์ จะตัดปัญหาเรื่องขาดแคลนครูประจำวิชาได้เลย”

ทั้งนี้ ยังรวมถึงในกรณีที่ครูไม่สามารถมาสอนได้ เนื่องจากไม่สบายด้วย โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ ที่บางโรงเรียนต้องแบกรับต้นทุนจำนวนมาก เพราะการจ้างครูต่างชาติหนึ่งคนมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 70,000-80,000 บาท

อาทิ การออกวีซ่า (VISA) เป็นต้น หากมาใช้หลักสูตรของทิวไผ่งาม นอกจากจะสามารถเลือกครูต่างชาติ และเวลาที่สอนได้เองแล้ว ยังจะลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้อีกมากด้วย

อย่างไรก็ตาม โรงเรียนที่ตัดสินใจใช้หลักสูตรของทิวไผ่งามผ่านระบบเบรนคลาวด์ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ยกเว้นหากต้องการเพิ่มวิชาที่เรียน หรือเนื้อหาในหลักสูตร

School to School

การที่โรงเรียนทิวไผ่งามเปิดแชร์ความรู้เพื่อพัฒนาการศึกษาไทยจะช่วยลดต้นทุนการมาร่วมกับเบรนคลาวด์ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายต่างๆที่โรงเรียนต้องไปลำบากจัดการเอง ในเรื่องของการทำวีซ่าให้ครูผู้สอน รวมถึงการควบคุมเรื่องคุณภาพครู การต้องเทรนครูให้เป็น Professional (มืออาชีพ) โรงเรียนที่เข้ามาร่วมกับทิวไผ่งามสามารถตัดปัญหาเหล่านี้ไปได้เลย

“แพลตฟอร์มของเบรนคลาวด์จะสามารถรองรับได้ทั้งระบบ IOS และ แอนดรอยด์ (Android) และยังมีความปลอดภัยมากกว่าโปรแกรมซูม (Zoom) ที่เป็นเพียงการประชุมผ่านไลฟ์วิดีโอ (meeting platform) เท่านั้นด้วย เนื่องจากระบบของเบรนคลาวด์ เป็นระบบที่เบรนคลาวด์ได้พัฒนาขึ้นมาเอง จึงมีความปลอดภัยในการปกป้องด้านข้อมูลมากกว่า”

นอกจากนี้ ในโปรแกรม School to School จะมีการจัดตารางเรียนให้กับนักเรียนว่า ภายใน 1 วันจะมีเรียนกี่วิชา เหมือนห้องเรียนจริง มีชื่อคุณครูผู้สอน จำนวนชั่วโมงที่เรียน และเมื่อถึงเวลาเรียน เด็กนักเรียนสามารถเข้าไปในห้องเพื่อเรียนรู้ได้ รวมถึงมีแบบฝึกหัดท้ายคาบ เพื่อให้นักเรียนทบทวนความรู้ ซึ่งจะถูกจัดอย่างเป็นระบบ

สำหรับหน้าที่ของ “คุณครู” ในการสอนออนไลน์ สิ่งที่ต้องรับผิดชอบไม่แตกต่างจากการสอนแบบปกติ คือ ต้องกำหนดแผนการสอนของตัวเองในวิชาที่ตนเองรับผิดชอบ และอัปโหลดใส่แพลตฟอร์มของเบรนคลาวด์ รวมถึงแบบฝึกหัดที่จะใช้ในการสอนด้วย ซึ่งจะต้องเตรียมการสอนล่วงหน้าของทั้งเทอมการศึกษาไว้ 20 สัปดาห์ หรือราว 1 เทอมการศึกษา ซึ่งในขั้นตอนนี้สามารถช่วยลดเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการเรียนแบบปกติ รวมทั้งทำให้คุณครูสามารถสอนนักเรียนได้อย่างเต็มที่

English Everywhere

“จริงๆ ในช่วงเวลาที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) สั่งให้พวกเราต้องมีระยะห่าง physical distancing นั้น โรงเรียนสามารถใช้ระบบออนไลน์บนแพลตฟอร์มนี้ ทำการเรียนการสอนได้โดยไม่ต้องรอระยะเวลาที่รัฐบาลกำหนดเปิดโรงเรียนในวันที่ 1 ก.ค. โดยวิธีการนี้จะช่วยให้เด็ก เรียนทันตามกำหนดการเรียนการสอนเดิมได้ โดยไม่ต้องถมวิชาเรียนไปในเวลาที่จำกัดด้วย”

ดร.ณหทัยกล่าวว่า เธออยากเสนอให้รัฐบาล และกระทรวงศึกษาธิการนำเรื่องนี้ไปพิจารณา เพราะเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงกับเด็กนักเรียน และเยาวชนไทย โดยเฉพาะในเรื่องของภาษาอังกฤษที่เรียนผ่านออนไลน์ โดย ดร.ณหทัยเรียกระบบนี้ง่ายๆสั้นๆ และได้ผลดีกว่าว่า English Everywhere หรือ English Anywhere อยู่ที่ไหนก็สามารถจะเรียนภาษาอังกฤษได้

ที่ดีที่สุดก็คือ ภาษาอังกฤษคือจุดเริ่มต้นที่จะนำเด็กไทยออกไปเรียนรู้ในโลกกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม คุณครูที่จะสอนผ่านออนไลน์ได้จะถูกฝึกอบรมการใช้โปรแกรม และอธิบายเนื้อหาที่จะใช้สำหรับการเรียนการสอนให้กับคณะกรรมการของโรงเรียนตรวจสอบ ซึ่งเมื่อผ่านแล้วจึงจะสามารถนำเนื้อหาการเรียนการสอนนั้นมาสอนนักเรียนผ่านระบบออนไลน์ได้

ข้อดีของการเรียนออนไลน์นี้ คุณครูหลายคนมองว่าทำให้มีเวลาสอนเพิ่มขึ้น เพราะไม่ต้องเสียเวลาเช็กชื่อเด็กนักเรียนในห้องเรียนทีละคนแบบเก่าที่ทำกันมาโดยตลอด ซึ่งเบียดเบียนเวลาสอนในคาบเรียน โดยระบบจะบันทึกเวลาที่เด็กนักเรียนล็อกอิน (Login) เข้าสู่ระบบการเรียนจนกระทั่งล็อกเอาต์ (Logout) ออกจากระบบ ทำให้คุณครูสามารถตรวจเช็กข้อมูลได้ง่าย และข้อมูลชุดนี้ยังมีความแม่นยำสูง

แต่การสอนผ่านออนไลน์นั้น มีอุปสรรคมากกว่าการสอนในห้องเรียน คุณครูจะต้องมีเทคนิค วิธีการที่จะดึงความสนใจของเด็ก จะต้องมีลูกเล่น เพื่อให้ผู้เรียนตอบโต้ ไม่ใช่การสอนทางเดียว จะต้องทำให้เด็กสนใจเรื่องที่เรียนอยู่ตลอด โดยเวลาเรียน โรงเรียนให้นักเรียนเรียนเพียงคาบละ 50 นาที และจะมีเรียนเพียงครึ่งวันเท่านั้น ส่วนช่วงบ่ายจะให้เด็กกลับไปทบทวนบทเรียน และทำแบบฝึกหัดในระบบ

เรียนผ่านออนไลน์ที่ไหนก็ได้

วิธีการเรียนการสอนเช่นนี้ จะทำให้เด็กไม่ต้องหมกมุ่นอยู่กับคอมพิวเตอร์ และที่ดีก็คือ ผู้ปกครองที่บ้านสามารถจะร่วมอยู่ในการเรียนการสอนของเด็กๆ ได้ในเวลาที่เขาเข้าเรียนตามโปรแกรมที่บ้าน

อย่างไรก็ตาม คุณครูแต่ละคนจะมี “เทคนิคเฉพาะ” ของตนเอง ซึ่งเกิดจากประสบการณ์การสอนมาอย่างยาวนานในโรงเรียน จึงมีวิธีที่จะดึงความสนใจนักเรียนให้ตั้งใจกับการเรียนตลอดทั้งคาบเรียนได้ โดยเฉพาะเด็กเล็ก อาทิ ระดับชั้นอนุบาล คุณครูอาจจะต้องหาสื่อการสอนเพิ่มเติม เช่น มีอุปกรณ์ เป็นต้น มาจูงใจให้เด็กสนใจ หรือ การเรียกตอบคำถามเป็นระยะเพื่อตรวจสอบ หรือรีเช็ก (recheck) ว่าเด็กเข้าใจเนื้อหาหรือไม่

ส่วนในเด็กระดับมัธยมศึกษา ปัญหาที่พบมากสุดคือ การหลับระหว่างคาบเรียน ซึ่งในส่วนนี้คุณครูที่สอนอยู่ สามารถบังคับให้กล้องของนักเรียนเปิดขึ้นได้ เพื่อเช็กว่า ระหว่างการเรียน นักเรียนทำอะไรอยู่ ตั้งใจเรียนหรือไม่ ส่วนถ้าเด็กนักเรียนคนใดไม่มีกล้อง จะใช้วิธีทักในกล่องข้อความรวม

และอีกโปรแกรมที่โรงเรียนทิวไผ่งามร่วมทำกับเบรนคลาวด์ คือ English Anywhere ซึ่งมาในคอนเซปต์ “เรียนภาษาอังกฤษที่ไหนก็ได้” โดยเบรนคลาวด์จะเปิดโอกาสให้นักเรียน และครอบครัว รวมถึงคนที่อยากจะเรียนภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาโดยตรง สามารถเรียนผ่านออนไลน์ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

โดยหนึ่งห้องเรียนจะจำกัดจำนวนนักเรียนห้องละไม่เกิน 10 คน และจะคิดอัตราค่าบริการ 200 บาท/คน/ครั้ง เวลาเรียนก็จะประมาณ 1 ชั่วโมง

“สำหรับเนื้อหาจะเน้นการฟัง พูด อ่าน และเขียน จากเจ้าของภาษาอังกฤษในแบบเรียลไทม์ โดยเราจะเป็นผู้เลือกเนื้อหาได้เอง ซึ่งจะถูกแยกเป็นหมวดหมู่ไว้ และเบรนคลาวด์จะจัดครูสอนภาษาอังกฤษที่เป็นครูที่แคนาดาให้ด้วย”.

***************************************

ลองทบทวนดูข้อเสนอของ ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม สักนิด และทุ่มงบประมาณเพื่อการนี้ให้มาก ประเทศชาติคงจะเจริญทัดเทียมหน้าตาประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค กลับมาเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชียได้อีกครั้ง.

ทีมเศรษฐกิจ


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ