
บอร์ด สปส. เตรียมถกขยายสิทธิชดเชยโควิด-19 ครอบคลุมกลุ่ม “โรงแรม-ท่องเที่ยว-บริการ” ตามเกณฑ์เหตุสุดวิสัย ยันใช้ฐานเดิม 62% รับสูงสุดไม่เกิน 9,300 บาทและไม่ต่ำกว่า 5 พันบาท คาดเริ่มจ่ายชดเชยปลายสัปดาห์หน้า
เมื่อวันที่ 11 เม.ย. นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผู้ช่วย รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณีสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เตรียมหารือขยายสิทธิจ่ายเงินชดเชยในกรณีปิดกิจการชั่วคราว ว่า เดิมทีผู้ประกันตนจะได้รับเงินชดเชย 2 กรณี คือ 1. กรณีที่รัฐสั่งปิด 2. กรณีประสบวิกฤติไวรัสโควิด-19 คนในหน่วยงานติดเชื้อหรือมีคนกลุ่มเสี่ยง จะได้รับชยเชย 62% ของค่าจ้าง เป็นเวลา 90 วัน แต่สิ่งที่จะเพิ่มขึ้นใหม่ คือ จะขยายการชดเชยไปถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตินี้ด้วย แม้จะไม่ได้เข้าเกณฑ์ใน 2 กรณีที่จะได้ชดเชย แต่ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัยที่เขาไม่สามารถมาทำงานได้ตามปกติหรือประกอบกิจการได้ตามปกติ ซึ่งมาตรการก่อนหน้านี้ไม่ครอบคลุม เช่น โรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยว จึงควรจะได้รับเงินชดเชยในส่วนนี้ในอัตราชดเชย 62% ด้วย โดยการชดเชยคำนวณจากฐานค่าแรงขั้นต่ำ และเพดานสูงสุด 15,000 บาท เท่ากับว่าจะได้รับชดเชยไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท และไม่เกิน 9,300 บาท ซึ่งหากช่วยเหลือผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ในกลุ่มนี้ จะเป็นการช่วยผู้ประกอบการไปด้วย
นายดวงฤทธิ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยอดผู้ประกันตนมาลงทะเบียนรับสิทธิชดเชยยังไม่เพิ่มขึ้นมากนัก เพราะนายจ้างพยายามสู้กับวิกฤติที่เกิดขึ้น และนายจ้างรับรู้ถึง 2 มาตรการจากภาครัฐ หากประกันสังคมจะชดเชยต้องเข้าตามเกณฑ์เท่านั้น แต่ขณะนี้ยังไม่เข้าเกณฑ์รับการช่วยเหลือ ตนเชื่อว่าหลังจากวันที่ 14 เม.ย. ที่จะมีการประชุมบอร์ดของสำนักงานประกันสังคม หากมีการขยายการชดเชยให้ครอบคลุมไปถึงธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ หรือธุรกิจโรงแรม เชื่อว่าผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจะมาลงทะเบียนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ประกันตนที่ลงทะเบียนตามเกณฑ์ชดเชย คาดว่าปลายสัปดาห์หน้าจะต้องจ่ายเงินชดเชย ส่วนที่มองกันว่าล่าช้าเพราะเรื่องนี้ประกอบด้วยกันหลายส่วน ต้องแก้ไขสิทธิให้ผู้ประกันตนได้รับเงินขดเชยเพิ่มขึ้นจากเดิม 50% ขยับขึ้นเป็น 62% จึงทำให้มีขั้นตอนเพิ่มเข้ามา นอกจากนี้การเกิดวิกฤติโควิด-19 ไม่เคยมีมาก่อน หลายเรื่องไม่เข้าข่ายก็มาดำเนินการปรับแก้ให้เข้าข่ายเพื่อที่จะได้ช่วยเหลือให้ครอบคลุม.