
แถมเงินสะพัด 7.6 หมื่นล้าน
นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย ส.อ.ท., สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เตรียมเสนอแนวทางการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน โดยต้องการให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณก่อสร้าง 1 จังหวัด 1 อ่างเก็บน้ำ เพื่อแก้ปัญหาทั้งในช่วงหน้าแล้ง และป้องกันน้ำท่วม ช่วยดูแลภาคเกษตรกร และภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน รวมทั้งเป็นการช่วยกระจายรายได้ในพื้นที่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดนั้นๆอีกด้วยเพราะการก่อสร้างจะมีการจ้างงานใหม่เกิดขึ้นในท้องถิ่น โดยหากได้ข้อสรุปทั้งหมดแล้ว กกร.จะนำเสนอรัฐบาลผ่านเวทีคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ต่อไป
สำหรับแนวทาง คือ ภาครัฐจะต้องกำหนดพื้นที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ที่ต้องเป็นพื้นที่ลุ่ม โดยให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า ที่มีดาวเทียมสามารถดูเส้นทางร่องน้ำได้ และให้ร่างประกาศเงื่อนไขหลักเกณฑ์ ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศรวม ทั้งต้องกำหนดคุณสมบัติ ผู้รับเหมาก่อสร้างจะต้องให้เป็นผู้ประกอบการในพื้นที่เท่านั้น เพื่อช่วยกระจายรายได้ในพื้นที่ ไม่ใช่ว่าสร้างจังหวัดหนึ่ง ให้ผู้รับเหมาอีกจังหวัดหนึ่งดำเนินการ เนื่องจากหากเป็นผู้รับเหมาในพื้นที่ ผู้รับเหมาคนดังกล่าว ก็จะจ้างแรงงานคนในพื้นที่ แรงงานดังกล่าวเมื่อมีรายได้แล้ว ก็จะมีการจับจ่ายใช้สอย ทำให้มีเงินหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่
“การสร้างอ่างเก็บน้ำนี้ ประเทศไทยจะได้ประโยชน์หลายทาง คือ แก้ปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม เพื่อช่วยเกษตรกร และยังเป็นการใช้งบประมาณรัฐบาลช่วยกระจายรายได้ในพื้นที่ เพราะบังคับให้ใช้ผู้รับเหมาในพื้นที่ เช่น งบลงทุน 1,000 ล้านบาทต่อการสร้าง 1 อ่างเก็บน้ำใน 76 จังหวัด ก็ใช้เงินรวม 76,000 ล้านบาท เท่ากับแต่ละจังหวัดจะมีเงินเกือบ 1,000 ล้านบาทหมุนไปกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งการก่อสร้างลักษณะนี้จะใช้เวลา 18-20 เดือน”.