คลอดเกณฑ์โรงไฟฟ้าชุมชน ดีเดย์ซื้อไฟฟ้าปี 63 ไม่เกิน 700 เมกะวัตต์

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

คลอดเกณฑ์โรงไฟฟ้าชุมชน ดีเดย์ซื้อไฟฟ้าปี 63 ไม่เกิน 700 เมกะวัตต์

Date Time: 17 ธ.ค. 2562 08:30 น.

Summary

Latest

พาณิชย์เกาะติดสหรัฐฯ งัดข้อคู่ค้า จับตาขั้นตอน-กรอบเวลา หลังมาตรการภาษีตอบโต้เป็นโมฆะ

กพช.คลอดหลักเกณฑ์โรงไฟฟ้าชุมชน คาดเริ่มรับซื้อไฟฟ้าจากชุมชนในปี 63 ตั้งเป้าไม่เกิน 700 เมกะวัตต์ ราคาตั้งแต่ 2.90-5.30 บาท/หน่วย หวังเพิ่มรายได้ชุมชน พร้อมยกเลิกมติ กพช.เดิมที่ให้ กฝผ.ซื้อแอลเอ็นจี 1.5 ล้านตัน ให้ลดเหลือ 2 แสนตัน เพื่อนำมาทดลองในโครงการลดต้นทุนค่าผลิตไฟฟ้า

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมเห็นชอบหลักเกณฑ์การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และราคารับซื้อไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (วีเอสพีพี) ของโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เศรษฐกิจฐานราก โดยโรงไฟฟ้าชุมชนที่อนุมัติให้ดำเนินการมี 4 รูปแบบ คือ 1.โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงชีวมวล (พืช) 2.โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ (น้ำเสีย/ของเสีย) 3.ก๊าซชีวภาพ (พืชพลังงาน) และ 4.โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยในปี 63 จะเริ่มรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าชุมชนไม่เกิน 700 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ และลดภาระค่าไฟฟ้าของชุมชนได้ พร้อมกันนี้ ยังแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สำหรับรูปแบบการร่วมทุนของโรงไฟฟ้าชุมชน มี 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มผู้เสนอโครงการ (ภาคเอกชนอาจร่วมกับองค์กรของรัฐ) สัดส่วนประมาณ 60% ไม่เกิน 90% และ 2.กลุ่มวิสาหกิจชุมชน (มีสมาชิกไม่น้อยกว่า 200 ครัวเรือน) ประมาณ 10% แต่ไม่เกิน 40% โดยผู้ร่วมทุนต้องเปิดโอกาสให้ชุมชนถือหุ้นเพิ่มได้ แต่รวมแล้วไม่เกิน 40% ส่วนการกำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ แบ่งเป็น 2 โครงการ คือ โครงการเร่งด่วน (ควิกวิน) จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในปี 63 ซึ่งจะเปิดโอกาสให้โรงไฟฟ้าที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ หรือใกล้จะแล้วเสร็จเข้าร่วมโครงการ และอีกโครงการ เปิดโอกาสให้ผู้มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการเป็นการทั่วไป และจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ในปี 64 เสนอขายไม่เกิน 10 เมกะวัตต์

ขณะที่ราคารับซื้อไฟฟ้ายึดตามมติ กพช. วันที่ 17 ก.พ.60 คือ พลังงานแสงอาทิตย์ 2.90 บาท/หน่วย ชีวมวลที่กำลังผลิตติดตั้งน้อยกว่าหรือเท่ากับ 3 เมกะวัตต์ 4.8482 บาท/หน่วย ชีวมวลกำลังผลิตติดตั้งมากกว่า 3 เมกะวัตต์ 4.2636 บาท/หน่วย ก๊าซชีวภาพ (น้ำเสีย/ของเสีย) 3.76 บาท/หน่วย ก๊าซชีวภาพ (พืชพลังงาน 100%) 5.3725 บาท/หน่วย ก๊าซชีวภาพ (พืชพลังงานผสมน้ำเสีย/ของเสีย) 4.7269 บาท/หน่วย รวมทั้งกำหนดฟีดอินทารีฟ (เอฟไอทีพรีเมียม) ให้กับพื้นที่พิเศษใน จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ 4 อำเภอ ของ จ.สงขลา เพิ่มอีก 0.50 บาท/หน่วย ในทุกชนิดเชื้อเพลิง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังสั่งให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กพพ.) ศึกษาค่าไฟฟ้าของภาคการขนส่งโดยเฉพาะ ครอบคลุมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้า รถโดยสารสาธารณะไฟฟ้า รถไฟฟ้าทั้งบนดินและใต้ดิน รวมถึงรถไฟฟ้าความเร็วสูง เพราะเดิมคิดค่าไฟราคาเดียวกับภาคอุตสาหกรรม โดยให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน มีเป้าหมายว่า การคิดค่าไฟของภาคขนส่ง จะส่งผลให้ราคาค่าโดยสารลดลง

ด้านนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ที่ประชุมยังมีมติยกเลิกมติ กพช. เมื่อวันที่ 30 ก.ค.60 ที่ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำเข้าก๊าซแอลเอ็นจี 1.5 ล้านตัน เพื่อผลิตไฟฟ้า โดยมีมติให้ กฟผ.นำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีไม่เกิน 200,000 ตัน มาผลิตไฟฟ้าเพื่อทดลอง ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าถูกลง และทำให้ค่าไฟฟ้าลดลงด้วย โดยจะใช้เวลาทดลองไม่เกิน 6 เดือน.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ