“ชิมช้อปใช้” ท่าดีทีเหลว

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“ชิมช้อปใช้” ท่าดีทีเหลว

Date Time: 10 ก.ย. 2562 05:01 น.

Summary

หลังจากรัฐบาลออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อกระตุ้นการบริโภคผ่านโครงการ “ชิมช้อปใช้” โดยตั้งเป้าแจกเงินให้แก่ประชาชน 1,000 บาท ที่ลงทะเบียนกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

Latest

พาณิชย์เกาะติดสหรัฐฯ งัดข้อคู่ค้า จับตาขั้นตอน-กรอบเวลา หลังมาตรการภาษีตอบโต้เป็นโมฆะ

หลังจากรัฐบาลออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อกระตุ้นการบริโภคผ่านโครงการ “ชิมช้อปใช้” โดยตั้งเป้าแจกเงินให้แก่ประชาชน 1,000 บาท ที่ลงทะเบียนกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จำนวน 10 ล้านคนและถ้าหากใครใช้จ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท กระทรวงการคลังจะคืนเงิน (Cash Back) ให้อีก 15% หรือคิดเป็นเงินสูงสุดถึง 4,500 บาทต่อราย

สำหรับประชาชนที่สนใจ สามารถเริ่มลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. จนถึงวันที่ 15 พ.ย.นี้ ทาง WWW.ชิมช้อปใช้.com โดยผู้สมัครเข้าร่วมโครงการต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป และสามารถเลือกท่องเที่ยวได้เพียงจังหวัดเดียว ที่ไม่ใช่จังหวัดที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน

และหลังจากที่ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะได้รับข้อความ SMS ภายใน 3 วัน โดยผู้ที่ลงทะเบียนจะต้องสมัครแอปพลิเคชัน “เป๋าตุง” ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งประเด็นนี้จะมีความสำคัญ อย่างมาก เพราะหลังจากยืนยันการใช้สิทธิ์ภายใน 3 วันไปแล้ว จะต้องนำเงินไปใช้จ่ายในโครงการ “ชิมช้อปใช้” ให้แล้วเสร็จภายใน 14 วัน ไม่เช่นนั้นจะถูกริบสิทธิ์เพื่อนำไปให้คนที่ลงทะเบียนลำดับถัดไปแทน

ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับสิทธิ์จะสามารถซื้อสินค้าและบริการผ่านร้านค้าที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้เท่านั้น ส่วนร้านสะดวกซื้อ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าน้ำมันรถยนต์และจักรยานยนต์ ไม่ได้เข้าร่วมโครงการโดยกระทรวงการคลังตั้งเป้าหมายว่า จะมีผู้ประกอบการประมาณ 40,000 ร้านค้า เข้าร่วมโครงการ “ชิมช้อปใช้” แต่ก็เกิดเหตุการณ์คาดไม่ถึง เพราะตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค.จนถึงปัจจุบัน มีร้านค้าที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ เพียง 3,300 ร้านค้าเท่านั้น

และคาดว่า โครงการนี้ อาจจะล้มเหลวไม่เป็นท่าเหมือนกับโครงการ “แจกอั่งเปา” คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% ให้แก่ประชาชนที่ลงทะเบียน ซึ่งตอนแรกคาดว่าจะมีประชาชนสมัครรับ “อั่งเปา” นับแสนคน แต่ท้ายที่สุดมีคนมาลงทะเบียนหลักหมื่นคน ห่างไกลจากเป้าหมายหลายเท่าตัว

สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้โครงการ “แจก อั่งเปา” ไม่ประสบความสำเร็จคือ “ความกลัว และความกังวล” ที่จะถูกกรมสรรพากรตรวจสอบ
ภาษีย้อนหลัง เพราะการลงทะเบียนนั้น ผู้ลงทะเบียนต้องระบุตัวตน เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ วันเดือนปีเกิดและที่สำคัญคือ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ กรมสรรพากรสามารถเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ e-payment เข้าถึงรายได้และรายรับได้อย่างง่ายดาย

ดังนั้น โครงการ “ชิมช้อปใช้” ที่มีการลงทะเบียนเช่นเดียวกับโครงการ “แจกอั่งเปา” จึงถูกผู้ประกอบการร้านค้าและโรงแรม พร้อมใจปฏิเสธเข้าร่วมโครงการ

แม้ว่า รมว.คลัง (อุตตม สาวนายน) จะการันตีว่า การลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ไม่มีการตรวจสอบบัญชีผู้ประกอบการย้อนหลังอย่างแน่นอน เพราะเป็นโครงการระยะสั้นๆเพียง 2 เดือนเท่านั้น และที่ผ่านมา “ร้านธงฟ้าประชารัฐ” กรมสรรพากรก็ไม่เคยเข้าตรวจสอบบัญชี

แต่ผู้ประกอบการก็ไม่เคยเชื่อใจกรมสรรพากร เพราะรู้ดีว่ามาตรการที่ออกจากกระทรวงการคลังนั้น มักจะใช้วิธี “ยิงปืนนัดเดียวได้นกทั้งฝูง” ถูกตรวจย้อนหลังภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินบุคคลธรรมดา ภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ไม่ใช่ “นกสองตัว” อีกต่อไป

กรมบัญชีกลางในฐานะเจ้าภาพ จึงต้องยอมผ่อนปรน เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้ร้านค้ารีบสมัครโดยด่วน ด้วยการลดเงื่อนไข เช่น ใช้หนังสือรับรองเป็นผู้ประกอบการโดยจังหวัดได้ ไม่ต้องใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียนการค้าจากกระทรวงพาณิชย์ เพื่อใช้เปิดบัญชีกับธนาคารกรุงไทยและสมัครแอปพลิเคชันถุงเงินได้เลย

ทั้งนี้ ก็เพื่อสร้างความสบายใจให้แก่ผู้ประกอบการให้รีบสมัครเข้าร่วมโครงการ “ชิมช้อปใช้” ก่อนวันที่ 20 ก.ย.นี้ ซึ่งเหลือระยะเวลาไม่ถึง 10 วัน ก็จะปิดรับลงทะเบียนแล้ว จึงได้แต่หวังว่าเมื่อครบกำหนดปิดลงทะเบียนจะมีร้านค้าลงทะเบียนล้นทะลักเกิน 40,000 ราย

แต่ที่สำคัญและยังต้องลุ้นกันต่อไปว่า วันที่ 28 ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นวันแรกของการลงทะเบียนฝั่งประชาชน “ชิมช้อปใช้” จะมีประชาชนสนใจเข้าร่วมโครงการถึง 10 ล้านคนหรือไม่.

วรรณกิจ ตันติฉันทะวงศ์
นันท์ชยา ชื่นวรสกุล


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ