
ศาลปกครองกลางเรียกไต่สวน ปมเซ็นทรัลฯฟ้องทอท.ไม่อนุญาตใช้ที่ดินทำทางเชื่อมเข้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล วิลเลจ วันนี้ (28 ส.ค.) ขณะที่ “ประยุทธ์” สั่ง มหาดไทย-คมนาคม-ทอท.ตรวจสอบความถูกต้อง
ย้ำให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ไม่เอื้อประโยชน์ใคร ด้าน กพท.แจงหากกังวลแสงกระทบการบิน ต้องรอเปิดโครงการจึงจะเข้าตรวจสอบได้ ขณะที่ ทอท.แจงไทม์ไลน์ปฏิบัติการ ยืนยันทำตามหน้าที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ (28 ส.ค.) เวลา 13.30 น. ศาลปกครองกลางได้นัดไต่สวน คดีที่บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ยื่นฟ้องบริษัท ท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและกระทำละเมิดกรณีเซ็นทรัลฯกับพวกได้รับอนุญาตให้ทำทางเชื่อมในเขตทางหลวงได้เป็นการชั่วคราว จากผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดิน แต่เมื่อวันที่ 22 ส.ค.62 ทอท.กลับตั้งเต็นท์ขวางทางเข้าออกโครงการและไม่อนุญาตให้ผู้ใดใช้ทางดังกล่าว เป็นเหตุให้เซ็นทรัลฯกับพวกได้รับความเดือดร้อนเสียหาย
ทั้งนี้ เซ็นทรัลฯกำลังพัฒนาโครงการศูนย์การค้าเซ็นทรัล วิลเลจ ลักชัวรี เอาต์เลต บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเซ็นทรัลฯได้มีหนังสือขออนุญาต ทอท. เพื่อตัดคันหินทางเท้าเปิดทางเชื่อมในเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 ตอนทางเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้านถนนบางนา-บางวัว เพื่อใช้เป็นทางเข้า-ออกของโครงการ แต่ทาง ทอท.ไม่อนุญาตรวมถึงระบุว่าโครงการได้มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำและใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุ ที่อยู่ในความครอบครองดูแลของ ทอท. โดยไม่ได้รับอนุญาต ทางเซ็นทรัลฯจึงยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา และระหว่างการพิจารณาคดีขอให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา การไต่สวนในวันที่ 28 ส.ค.นี้ จึงเป็นการไต่สวนเพื่อนำไปสู่การพิจารณาว่าจะกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาตามที่เซ็นทรัลฯ ร้องขอหรือไม่
บิ๊กตู่สั่งให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยหลังการประชุม ครม. ถึงกรณีนี้ว่า ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย ไปดูว่าปัญหาเรื่องนี้อยู่ที่ไหน มีความเป็นมาอย่างไร ได้กำชับว่า ต้องให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย โดยรัฐมนตรีทุกคนต่างยืนยันว่า ไม่ได้ไปเอื้อประโยชน์กับใคร “เรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องหลายส่วน และการอนุมัติบางอย่างเป็นเรื่องของท้องถิ่น ต้องไปตรวจสอบว่าถูกต้องหรือไม่ และได้สั่งให้ ทอท.ทำหนังสือไปยังสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ให้ตรวจสอบว่า มีผลกระทบอะไรหรือไม่ และให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบว่าอยู่ในพื้นที่สีเขียวหรือเปล่า มีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ โดยได้เร่งรัดผลการตรวจสอบจากทุกฝ่าย เพื่อมาหารือร่วมกันว่าถูกผิดอย่างไร และจะส่งผลกระทบต่อเรื่องอะไรบ้าง อะไรที่ผิดก็ต้องแก้ไข อะไรที่เอกชนทำถูกต้องรัฐบาลก็ต้องอนุญาต ทุกฝ่ายต้องได้รับความเป็นธรรม”
เช็กความปลอดภัยการบิน
ขณะที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ตนเข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้อย่างรอบคอบ ให้ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกกฎหมาย แต่ถ้ามีอะไรให้แจ้งและรายงานโดยเร็ว เพราะกำลังเป็นที่สนใจของสังคม “ผมย้ำทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องว่าให้ดูข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย อะไรที่ผิดก็ว่าไปตามผิด อะไรที่ถูกก็ว่าไปตามถูก แต่ขณะนี้มหาดไทยก็ลงไปดูแล้ว เพราะเกี่ยวข้องหลายกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และ พ.ร.บ.ผังเมือง ส่วนที่เกี่ยวกับกระทรวงคมนาคมคือ สนามบิน ต้องเช็กลิสต์มาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินที่ต้องตรวจสอบ ซึ่งผมเน้นย้ำว่าให้ตอบประชาชนให้ได้ และต้องตอบผู้ประกอบการให้ได้ทั้งหมดด้วย”
ด้านนายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ กพท.กล่าวว่า ตามที่ ทอท.ชี้แจงว่าจะส่งหนังสือถึง กพท.เพื่อให้เข้าตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการนั้น ตนยังไม่ได้รับหนังสือและยังไม่ทราบข้อมูลที่แน่ชัดว่า ทอท.ต้องการให้ตรวจสอบประเด็นอะไรบ้าง “ที่ทราบขณะนี้ ทอท.กังวลเรื่องแสงไฟจากโครงการจะกระทบกับนักบินระหว่างทำการบินขึ้นลง ประเด็นนี้คงต้องรอให้โครงการเปิดทำการ และ กพท.จึงจะเข้าไปตรวจสอบผลกระทบได้ เพราะยังไม่ทราบข้อมูลที่ ทอท.ส่งมา หากได้รับแล้ว กพท.จะตอบทุกประเด็นให้ชัดกลับไปอีกครั้ง”
เปิดไทม์ไลน์ปฏิบัติการ ทอท.
ด้านนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. เปิดเผยการดำเนินการของ ทอท. ในพื้นที่ดังกล่าวว่าตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.62 มีหนังสือจากกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ถึง ทอท. ว่าที่ดินบริเวณทางหลวงหมายเลข 370 ยังคงเป็นพื้นที่ในความครอบครองของ ทย.และ ทย.มอบให้ ทอท.ใช้ประโยชน์ตามระเบียบกระทรวงการคลังและข้อตกลงการใช้ประโยชน์สนามบินสุวรรณภูมิ รวมทั้งธนารักษ์พื้นที่สมุทรปราการแจ้งว่า ทย.ไม่สามารถโอนสิทธิ์การใช้ที่ดินบริเวณนี้ไปให้กรมทางหลวง (ทล.) ได้ หากจะโอนสิทธิ์ให้กรมทางหลวง ต้องให้ ทอท.คืนสิทธิ์เดิมให้กรมธนารักษ์ก่อนและค่อยให้กรมธนารักษ์มอบสิทธิ์ให้ ทล. ต่อไปในการนี้ ทำให้ ทอท.ต้องเข้ามาดำเนินการหลังจากโครงการสร้างไปค่อนข้างมากแล้ว โดยก่อนหน้านี้ ทล.ได้อนุญาตให้เอกชนเปิดทางเข้าทางหลวงไปแล้วกว่า 30 จุด
วันที่ 22 พ.ค.62 ทอท.ออกสำรวจพื้นที่พบโครงการนี้สร้างเกือบเสร็จแล้วและมีการรุกล้ำที่ราชพัสดุ และสนามบินสุวรรณภูมิ ต่อมาวันที่ 31 พ.ค.62 ได้แจ้งเซ็นทรัลฯให้รื้อถอนออกภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือและวันที่ 27 มิ.ย.62 ทอท.ได้ทำหนังสือออกไป 3 กลุ่มคือ 1.แจ้งไปยังกรมธนารักษ์ ว่ามีการรุกล้ำและเซ็นทรัลฯไม่ได้รื้อถอนการรุกล้ำออกภายในกำหนด (การรุกล้ำคือ ป้าย ประตู รั้วโครงการก่อสร้าง การราดปูนทำถนนกว้างราว 10 เมตร จากทางหลวงเข้าไปในโครงการ) ซึ่งในการนี้เซ็นทรัลฯ ได้นำป้าย ประตู รั้วออก คงเหลือถนนปูน 2.แจ้งไปยัง กทพ. ให้ตรวจสอบตามมาตรฐานความปลอดภัยทางการบิน เนื่องจากอยู่ในเขตความปลอดภัยทางการบินตามกฎหมาย ซึ่งในเวลาต่อมา กพท. ได้แจ้งว่าความสูงของโครงการไม่ฝ่าฝืนมาตรฐาน โดยไม่มีการแจ้งเรื่องการตรวจสอบความปลอดภัยทางการบินในประเด็นอื่นแต่อย่างใด 3.แจ้งไปยัง อบต.บางโฉลง ถึงข้อสังเกตการปลูกสร้างบนพื้นที่สีเขียวและการรุกล้ำลำรางสาธารณะ ซึ่ง ทอท. ไม่ได้ติดตามเรื่องเนื่องจากอยู่นอกเหนือการกำกับดูแล
ยันทุกอย่างทำตามหน้าที่
วันที่ 22 ส.ค.62 สำนักงานประปาสาขาสุวรรณภูมิ ได้มีหนังสือขออนุญาตวางท่อประปาในที่ราชพัสดุ สนามบินสุวรรณภูมิ สำหรับเซ็นทรัลฯ ซึ่ง ทอท. ยังไม่ได้ตอบอนุญาต และในวันเดียวกัน พบว่ามีการวางท่อประปาโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก ทอท. จึงได้แจ้งความ และนำ รปภ. และตำรวจไปป้องกันการบุกรุกที่ราชพัสดุ ในความดูแลของ ทอท. ต่อมาวันที่ 26 ส.ค.62 เซ็นทรัลฯได้มีการเช่าที่ดินเอกชนรายหนึ่งบริเวณติดกัน ซึ่งเอกชนรายนี้เป็นหนึ่งใน 30 กว่ารายที่ได้รับอนุญาตจากกรมทางหลวงในการเปิดทางเข้า โดยทางเข้าดังกล่าวได้รับการอนุญาตเปิดไว้กว้าง 4 เมตร ซึ่งเมื่อเซ็นทรัลฯเช่าแล้วได้มีความพยายามเปิดทางเข้าเกินกว่า 4 เมตร ทอท. จึงได้แจ้งความเพิ่มเติม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการนี้มีพื้นที่รวม 40,000 ตารางเมตร ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่เมื่อเปิดดำเนินการจะต้องมีการเปิดไฟตลอดเวลา ที่สำคัญโครงการนี้อยู่ติดกับหัวสนามบินสุวรรณภูมิ ดังนั้น จึงอาจส่งผลกระทบหรือรบกวนต่อการบินของนักบิน ที่จะมีการบินขึ้นลงทุกๆ 2 นาทีได้ นอกจากนี้ การที่มีชุมชนหรือคนเข้ามาอาศัยในบริเวณนี้มากก็อาจจะเกิดปัญหานกเข้ามาอาศัยมากขึ้น และอาจรบกวนต่อการบินจนเกิดอุบัติเหตุได้
“ทอท.ได้ดำเนินการทุกอย่างตามหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว หากไม่ทำก็อาจจะเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ยืนยันว่า ทอท.ทำหน้าที่โดยไม่ได้มีใครมาชี้นำ ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร โครงการเอาต์เลตของกลุ่มเดอะมอลล์ที่ก่อสร้างใกล้สนามบิน ซึ่งไม่ได้รุกล้ำที่ดินของ ทอท.หรือไม่ได้รบกวนต่อนักบินหรือการบิน เราก็ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง”