
ก.คลัง เผยจัดเก็บรายได้เข้ารัฐบาล 9 เดือนแรกแตะ 1.93 ล้านล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 3.3% ชี้เงินคงคลังเดือนมิ.ย.ยังเหลือกว่า 497,375 ล้านบาท คาดหนี้สาธารณะปีนี้อยู่ที่ 43.5% ของจีดีพี
เมื่อวันที่ 30 ก.ค.2562 นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2562 (ต.ค.2561- มิ.ย. 2562) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ จำนวน 1.937 ล้านล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 102,959 ล้านบาท หรือ 5.6% และสูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 61,974 ล้านบาท หรือ 3.3% โดยเป็นผลจากการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากร หน่วยงานอื่น และการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ รวมถึงการจัดเก็บรายได้ของกรมศุลกากรที่สูงกว่าประมาณการ จำนวน 55,181 ล้านบาท หรือ3.9%
“เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์เศรษฐกิจ และตัวแปรที่ส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้รัฐบาล พบว่า การจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2562 สูงกว่าคาดการณ์ จำนวน 6,511 ล้านบาท หรือ 0.3% โดยการจัดเก็บรายได้ของทุกหน่วยงานใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ และในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ กระทรวงการคลังจะติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อให้การจัดเก็บรายได้รัฐบาลเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้” โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าว
นายลวรณ กล่าวอีกว่า ขณะที่ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2562 รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น จำนวน 1.94 ล้านล้านบาท สูงกว่าปีที่ผ่านมา 101,052 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5.5 % ในขณะที่มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณทั้งสิ้น จำนวน 2.35 ล้านล้านบาท น้อยกว่าปีที่ผ่านมา 18,876 ล้านบาทหรือ 0.8% โดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลจำนวน 300,978 ล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนมิ.ย.2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 497,375 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าปีที่ผ่านมา 70,573 ล้านบาท หรือคิดเป็น 16.5%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดว่าความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้รัฐบาลไทยต้องทำงบประมาณขาดดุลอย่างต่อเนื่อง ทำให้คาดว่าภาระหนี้สาธารณะในปีนี้จะอยู่ที่ 43.5% ของผลิตภัณฑ์มวลของประเทศ (GDP) และปรับเพิ่มขึ้นเป็น 48.8% ในปี 2566 นอกจากนี้การขาดดุลอย่างต่อเนื่อง ยังทำให้ภาระหนี้ต่องบประมาณรายจ่ายปรับเพิ่มขึ้น โดยในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 8.7% และจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 10.9 % ภายในปี 2566 ตามรายงานสถานการณ์การคลัง.