
หลัง “ทรัมป์” สั่งแบนกูเกิลรีบสนอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ออกคำสั่งทางบริหารให้บริษัทในสหรัฐอเมริกายุติการทำธุรกิจร่วมกับบริษัทต่างชาติที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ อันทำให้กูเกิลได้ประกาศยุติการทำธุรกิจกับหัวเว่ย ยักษ์โทรคมนาคมจากจีนในทันที จนภายหลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯได้ออกประกาศให้เวลาทั้ง 2 คู่ค้าเตรียมความพร้อมและรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับลูกค้าของทั้ง 2 ฝ่าย เป็นเวลา 90 วันนั้น
คำสั่งและท่าทีของกูเกิลได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในแบรนด์หัวเว่ยทันที โดยเฉพาะมือถือ เนื่องจากการที่กูเกิลประกาศยุติการทำธุรกิจร่วมกับหัวเว่ยนั้น อาจทำให้ผู้ใช้มือถือหัวเว่ยไม่สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันยอดนิยมต่างๆของกูเกิล ไม่ว่าจะเป็นกูเกิล เพลย์สโตร์, กูเกิลแม็ป รวมทั้งยูทูบ เป็นต้น และยังอาจไม่สามารถอัปเดตการใช้งานด้านความปลอดภัยในเวอร์ชันล่าสุดได้ด้วย
ข้อวิตกกังวลดังกล่าวเกิดขึ้นกับผู้ใช้มือถือหัวเว่ยทั่วโลก จนมีข่าวปรากฏในสื่อต่างประเทศ ได้แก่ เว็บไซต์ฟอร์บส์ รวมทั้งหนังสือพิมพ์สิงคโปร์ เดอะสเตรตไทมส์ มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน โดยระบุว่า ราคามือถือหัวเว่ยในตลาดมือสองตกต่ำลงอย่างมาก ขณะที่ราคาของซัมซุงยังอยู่ในระดับเดิม สำนักข่าวบลูมเบิร์กยังรายงานบทสัมภาษณ์โฆษกของเว็บ WeBuyTek ระบุสัปดาห์ก่อนหน้ามีคน เอามือถือหัวเว่ยมาปล่อยขายเพิ่มขึ้น 540% แต่ยอดคนสนใจคลิกเข้าชมลดลง 46% ขณะที่ยอดคลิกของซัมซุงเพิ่มขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมจากการสอบถาม ไปยังตัวแทนจำหน่ายมือถือหัวเว่ยในไทย 2-3 ราย พบว่า ยอดขายในประเทศไทยลดลงวันละ 50% แล้ว โดยในช่วงแรกที่เกิดเหตุการณ์ยอดขายลดลงประมาณ 15% แต่ขณะนี้ลดลงครึ่งหนึ่งจากที่เคยขายได้ เนื่องจากความเชื่อมั่นที่ถดถอยลง อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามการเดินหน้าทำโปรโมชัน แคมเปญ เพื่อกระตุ้นยอดขายยังคงเป็นไปในแนวทางเดิม ยังไม่มีการเคลื่อนไหวด้านการขายและการตลาดที่เปลี่ยนแปลงอันเป็นนัยสำคัญ.