15 ช่องที่เหลืออยู่

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

15 ช่องที่เหลืออยู่

Date Time: 14 พ.ค. 2562 05:01 น.

Summary

เมื่อเป็นการให้แบบ “จัดหนัก” จำนวนช่องทีวีดิจิทัลที่ยื่นเจตจำนงขอคืนใบอนุญาต ซึ่งผ่านเส้นตายวันสุดท้ายไปเมื่อ 10 พ.ค.2562 จึงมีมากถึง 7 ช่อง

Latest

ไทยปิดดีล EFM 2026 สวยหรู ดึง 10 กองถ่ายต่างชาติเข้าไทยลงทุนทะลัก

เมื่อเป็นการให้แบบ “จัดหนัก” จำนวนช่องทีวีดิจิทัลที่ยื่นเจตจำนงขอคืนใบอนุญาต ซึ่งผ่านเส้นตายวันสุดท้ายไปเมื่อ 10 พ.ค.2562 จึงมีมากถึง 7 ช่อง

7 ช่องที่ว่า ประกอบด้วย ช่อง 14 (ช่องเด็กของ อสมท), ช่อง 3 แฟมิลี่, ช่อง 3 SD, ช่อง 19 สปริงนิวส์, ช่องสปริง 26, ไบรท์ทีวี และวอยซ์ทีวี โดยขั้นตอนจากนี้ ทั้ง 7 ช่องจะต้องส่งหลักฐานการเงิน รวมทั้งแผนยุติการออกอากาศมาให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กสทช.พิจารณา คาดว่าจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 60 วัน แล้วจึงนำเสนอบอร์ด กสทช.เพื่ออนุมัติแผนยุติการออกอากาศ ซึ่งพอบอร์ดอนุมัติแล้ว แต่ละช่องต้องแจ้งต่อประชาชนว่าจะยุติการออกอากาศภายใน 30 วัน จอดำเมื่อไร กสทช.จะจ่ายเงินชดเชยให้ ซึ่งคาดว่าจะลงล็อกในเดือน ส.ค.2562

อ้างอิงตามสูตรคำนวณการคืนเงินจาก กสทช. เบื้องต้นคาดว่ากลุ่มสปริงนิวส์จะได้เงินคืนไปมากที่สุด เพราะปิดถึง 2 ช่อง ได้แก่ สปริงนิวส์ 19 และ สปริง 26 คาดว่าจะได้เงิน 520 ล้านบาทและ 877 ล้านบาทตามลำดับ รวมเป็นเงิน 1,397 ล้านบาท ตามมาด้วยช่อง 3 ซึ่งส่งใบอนุญาตคืนทั้งช่อง 3 แฟมิลี่ และ 3 SD ได้เงิน 241 ล้านบาทและ 941 ล้านบาทตามลำดับ รวมเป็นเงิน 1,182 ล้านบาท ส่วนช่องที่เหลือ ได้แก่ ไบรท์ทีวี 494 ล้านบาท, วอยซ์ทีวี 516 ล้านบาท และช่อง 14 อสมท 231 ล้านบาท

จากนี้ไม่นานเกินรอ ช่องทีวีดิจิทัลซึ่งแรกเริ่มประมูลเมื่อเดือน ต.ค.2556 มีอยู่ด้วยกัน 24 ช่อง จะเหลืออยู่ 15 ช่อง หลังไทยทีวีของ “เจ๊ติ๋ม พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย” ชิงจอดำล่วงหน้าไปเมื่อปี 2558 จำนวน 2 ช่อง ได้แก่ ช่องไทยทีวี ซึ่งเป็นช่องข่าว และโลก้าซึ่งเป็นช่องเด็กหลังยื่นเจตจำนงคืนใบอนุญาต ผู้ประกอบการบางรายจะสูญเสียสถานภาพความเป็นผู้ประกอบการโทรทัศน์ภาคพื้นดินระดับชาติไปทันทีที่กระบวนการเสร็จสิ้น เพราะมีช่องอยู่ช่องเดียวและตัดสินใจคืนใบอนุญาตเสีย อย่างกรณีวอยซ์ทีวีของตระกูลชินวัตร ซึ่งระบุจะขยับฐานเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ครบวงจร ไม่ได้หนีหายไปไหน รวมทั้งไบรท์ทีวี

ส่วนอีกกลุ่มเป็นผู้ประกอบการที่น่าจะหายใจหายคอได้คล่องขึ้น หลังแบกภาระรับผิดชอบอยู่หลายช่อง แต่ก็ยังเหลือช่องที่ออกอากาศในฐานะทีวีระดับชาติอยู่ เช่น อสมท แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯจะขอทุ่มเทแรงกายแรงใจไปกับช่อง 9 Mcot HD ที่เหลือ เพื่อให้กลับมาติดอันดับ 1 ใน 10 ช่องยอดนิยมอีกครั้ง ตลอดจน 2 ทุนใหญ่กลุ่มสปริงและช่อง 3 ที่ทิ้งไปคนละ 2 ช่อง ตัวเบาขึ้นเป็นกอง ตัดเนื้อร้ายแถมได้เงินคืนมาเป็นน้ำจิ้ม แต่ก็ยังเหลือช่องไว้ประดับบารมีรายละ 1 ช่อง โดยกลุ่มสปริงเหลือช่องเนชั่น 22 ซึ่งเป็นช่องข่าวเรตติ้งดีวันดีคืน

ส่วนช่อง 3 เหลือ 33 HD เครื่องจักรทำเงินเอาไว้เป็นหลักไม่ต้องมีหลายโฟกัส จึงน่าจะขยับตัวสู้กับคู่แข่งตลอดกาลอย่างช่อง 7 ได้สะดวกโยธินขึ้น หลังเสียเวลาเตี้ยอุ้มค่อมแบกภาระ 3 ช่อง อยู่เกือบ 5 ปี

โลกแห่งการแข่งขันหลัง ม.44 ที่ออกมาช่วยเหลือทีวีดิจิทัลแบบสุดซอยในครั้งนี้ ยังนำไปสู่การขีดเส้นกรอบการแข่งขันให้แคบลงและเป็นสังเวียนสำหรับ ‘คนตัวใหญ่’ เท่านั้น

เช็กชื่อ 15 ช่องที่เหลือ เริ่มจากช่อง HD จำนวน 7 ช่อง ใบอนุญาตแพงที่สุดแต่ก็อึดยืนหนึ่งไม่มีหาย ประกอบด้วย ช่อง 7, ช่อง 3, อสมท, อมรินทร์ทีวี ซึ่งมีกลุ่มสิริวัฒนภักดีเข้ามาถือหุ้นใหญ่เป็นที่เรียบร้อย, PPTV ของตระกูล ปราสาท- ทองโอสถ, ช่องวัน ซึ่งแกรมมี่เจียดขายหุ้นให้กลุ่มปราสาททองโอสถมาช่วยเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข และไทยรัฐทีวี

ไล่มาถึงช่อง SD เหลือ 5 จาก 7 ช่อง หลังกลุ่มสปริงคืนสปริง 26 และช่อง 3 คืน 3 SD กลุ่มนี้ข้น แซ่บ ปึ้กไม่เบา เรตติ้งนำโด่งมาด้วยช่องเวิร์คพอยท์ของปัญญา นิรันดร์กุล และประภาส ชลศรานนท์, โมโนของพิชญ์ โพธารามิกแห่งจัสมิน, ช่อง 8 ณ เฮียฮ้อ อาร์เอส, ช่องจีเอ็มเอ็ม 25 ที่แกรมมี่เจียดขายหุ้นให้ตระกูลสิริวัฒนภักดี เข้ามาอัดฉีดเงินสดเพิ่ม และสุดท้ายช่องทรูโฟร์ยู ที่แม้เรตติ้งล้าหลังแต่เงินถุงเงินถัง ยืนหยัดขาดทุนได้ต่อเนื่องเพราะเป็นช่องของกลุ่มทรู เจ้าของนามสกุลเจียรวนนท์

กลุ่มสุดท้ายเป็นช่องข่าวที่เหลือกันอยู่ 3 ช่อง ทยอยเลิกลาวงการไปกว่าครึ่ง เหลือช่องเนชั่น ที่ฉาย บุนนาค รองประธานกรรมการ ออกมาให้ข่าวว่าปีนี้จะมีกำไรจากผลดำเนินงานแน่นอน, ทีเอ็นเอ็น ช่องที่ขาดทุนสะสมอยู่ 600 กว่าล้านบาท แต่ก็ยังยืนหยัดเพราะได้สายป่านยาวจากตระกูลเจียรวนนท์ และนิวทีวีของเครือข่ายหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ซึ่งคาดว่ากำลังจะเปิดตัวพันธมิตรใหม่เข้ามาถือหุ้นในเร็วๆนี้ เป็นกลุ่มคอนเทนต์รายใหญ่ ซึ่งประสบปัญหาหลังหลายช่องปิดตัวลง จำเป็นจะต้องหาช่องทางถาวรเพื่อปล่อยของที่มีอยู่ และนั่นอาจทำให้นิวทีวีต้องไปต่อ

15 ช่องที่เหลืออยู่ จึงเป็น 15 ช่องที่คงจะไม่มีใครยอมใคร เพราะไม่มีเหตุผลให้ต้องยอม.

ศุภิกา ยิ้มละมัย


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ