สำรวจซีอีโอใจเสีย "การเมืองป่วน" เสี่ยงสุด! ฉุดเศรษฐกิจไม่โต

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

สำรวจซีอีโอใจเสีย "การเมืองป่วน" เสี่ยงสุด! ฉุดเศรษฐกิจไม่โต

Date Time: 26 เม.ย. 2562 08:10 น.

Summary

ผลสำรวจซีอีโอเซอร์เวย์ ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน มองเสถียรภาพการเมืองในประเทศเป็นความเสี่ยงสูงสุดที่จะมีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย คาดปีนี้จะโตที่ 3–4%

Latest

วิกฤติกองทุนน้ำมัน! ติดลบหมื่นล้าน สัญญาณเตือนคนไทย เตรียมจ่ายคืนในอนาคต

 

ผลสำรวจซีอีโอเซอร์เวย์ ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน มองเสถียรภาพการเมืองในประเทศเป็นความเสี่ยงสูงสุดที่จะมีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย คาดปีนี้จะโตที่ 3–4% จ่อปรับตัวรองรับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้น มีข่าวดีๆ 61% พร้อมขยายการลงทุนใน 12 เดือน

น.ส. สุมิตรา ตั้งสมวรพงษ์ ฝ่ายวิจัยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริหาร (ซีอีโอเซอร์เวย์) บริษัทจดทะเบียน (บจ.) จาก 117 บริษัท 26 หมวดธุรกิจ มีมูลค่าหลักทรัพย์ (มาร์เก็ตแคป) ตามราคาตลาดรวม 45% พบว่า ซีอีโอส่วนใหญ่มองเสถียรภาพการเมืองและกำลังซื้อภายในประเทศเป็นทั้งปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยหนุนต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนแรกของปี ตามด้วยปัจจัยเสี่ยงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก, หนี้สินภาคครัวเรือน ขณะที่ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจคือ การท่องเที่ยวและนโยบายการคลังและการใช้จ่ายของภาครัฐ โดยซีอีโอส่วนใหญ่คาดการณ์เศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรกและทั้งปี 62 จะเติบโตในช่วง 3-4% มีเพียงซีอีโอส่วนน้อยเพียง 11% ที่มองว่าเศรษฐกิจจะโตมากกว่า 4%

“เสถียรภาพด้านการเมืองในประเทศขยับขึ้นมาเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับ 1 จากอันดับ 2 เทียบกับการสำรวจครั้งก่อน ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและหนี้สินภาคครัวเรือน ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 2 และ 3 ส่วนกำลังซื้อในประเทศเป็นความเสี่ยงอันดับ 4 จากความเสี่ยงสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในการสำรวจครั้งก่อน”

ทั้งนี้ ซีอีโอส่วนใหญ่กว่า 82% มองว่าความคืบหน้าของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายใต้พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทย เช่นเดียวกับการประกาศปลดใบเหลืองการทำประมงที่ผิดกฎหมายและไร้ระเบียบ (ไอยูยู) แต่มองว่านโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯและการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจโลก รวมทั้งเศรษฐกิจและการส่งออกของไทย และจะส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทย

ส่วนหัวข้อการปรับตัวเพื่อรองรับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงนั้น ซีอีโอให้ความคิดเห็นว่า มีการปรับโครงสร้างองค์กรให้รองรับเศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้น การหาพันธมิตรทางธุรกิจ และวางแผนการตลาดรูปแบบใหม่ ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า การขยายฐานการตลาดใหม่ทั้งในและนอกประเทศ และวางแผนการตลาดตามลูกค้าแต่ละกลุ่ม โดยซีอีโอ 61% วางแผนจะขยายการลงทุนในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งในช่วง 6 เดือนแรกของปี 62 พบว่า 58% ของซีอีโอวางแผนขยายการลงทุนต่างจังหวัด ขณะที่ 48% วางแผนขยายการลงทุนต่างประเทศ

ทั้งนี้ การสำรวจยังได้สอบถามความเห็นของซีอีโอ ถึงผลกระทบจากสถานการณ์การเลือกตั้งต่อเศรษฐกิจ กำลังซื้อในประเทศ ตลาดทุนและธุรกิจของ บจ. พบว่ามีความคิดเห็นแตกต่างกัน โดยหมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ กระดาษ และวัสดุการพิมพ์ ขนส่ง และโลจิสติกส์ อาหารและเครื่องดื่ม และหมวดสื่อและสิ่งพิมพ์ ระบุว่าได้รับผลบวก ขณะที่ หมวดท่องเที่ยวและสันทนาการ หมวดพาณิชย์ หมวดเหล็ก และหมวดของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน ระบุว่าได้รับผลลบจากสถานการณ์การเลือกตั้ง.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ