วิกฤติกองทุนน้ำมัน! ติดลบหมื่นล้าน สัญญาณเตือนคนไทย เตรียมจ่ายคืนในอนาคต

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

วิกฤติกองทุนน้ำมัน! ติดลบหมื่นล้าน สัญญาณเตือนคนไทย เตรียมจ่ายคืนในอนาคต

Date Time: 17 มี.ค. 2569 10:21 น.

Video

สวยอย่างเดียวไม่พอ เพราะ "เสน่ห์ที่แพงที่สุด" คือการมีเงินของตัวเอง l Money Secret EP.19

Summary

กองทุนน้ำมันฯ ไหวไหม? จากตัวช่วยสกัดราคาน้ำมันพุ่ง สู่สถานะติดลบ เปิดเบื้องลึกหนี้ก้อนนี้ ที่คนไทยอาจต้องร่วมชดใช้ในอนาคต ภายใต้ชื่อ “หนี้สาธารณะ”

Latest


ขณะที่รัฐบาลยังพยายามตรึงราคาดีเซลไม่ให้ทะลุ 30 บาทต่อลิตร ล่าสุด กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องเพิ่มเงินอุดหนุนสูงถึง 20.36 บาทต่อลิตร ตัวเลขนี้ไม่เพียงเป็นระดับ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศไทย แต่ยังสะท้อนว่า “กันชนราคาน้ำมัน” ที่รัฐใช้ดูแลค่าครองชีพมาอย่างยาวนาน กำลังกลายเป็น ภาระหนี้ที่คนใช้น้ำมันในอนาคตต้องช่วยกันจ่าย

ย้อนไป มาตรการดังกล่าวมีขึ้นตามประกาศของ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ปรับอัตราเงินชดเชยน้ำมันดีเซล เพื่อให้ราคาขายปลีกยังคงอยู่ที่ประมาณ 29.94 บาทต่อลิตร ไม่ให้ทะลุเพดาน 30 บาท 

โดยมาตรการตรึงราคาดังกล่าว กำหนดสิ้นสุดในวันนี้ (17 มีนาคม) ทำให้ทิศทางราคาพลังงานหลังจากนี้ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด ว่ารัฐบาลจะต่ออายุมาตรการพยุงราคาต่อไป หรือเริ่มปล่อยให้ราคาดีเซลสะท้อนต้นทุนจริงมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การพยุงราคาดีเซลในระดับดังกล่าว ทำให้กองทุนน้ำมันต้องรับภาระเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ และราคาน้ำมันดิบโลกที่ยังเคลื่อนไหวในระดับสูงกว่า 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ฐานะกองทุนยังติดลบ แม้ต้องเร่งอุดหนุนราคา

ข้อมูลฐานะกองทุนล่าสุดระบุว่า สถานะสุทธิของกองทุน ณ วันที่ 15 มีนาคม 2569 ยัง ติดลบราว 12,605 ล้านบาท

โดยแบ่งเป็น

  • บัญชีน้ำมัน : ฐานะ บวกประมาณ 25,016 ล้านบาท
  • บัญชีก๊าซหุงต้ม : ฐานะ ติดลบประมาณ 37,621 ล้านบาท

แม้บัญชีน้ำมันยังพอมีเงินคงเหลือ แต่ภาระจากการอุดหนุนพลังงานในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ฐานะกองทุนโดยรวมยังไม่สามารถกลับมาเป็นบวกได้



คลังศึกษาทางเลือกอุ้มกองทุน หากราคาน้ำมันผันผวน

ขณะเดียวกัน ฝ่ายเศรษฐกิจของรัฐบาลกำลังประเมินแนวทางรองรับ หากราคาพลังงานโลกยังผันผวนต่อเนื่อง โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ระบุว่า ตามหลักการ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสามารถกู้เงินเองได้ เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาน้ำมัน ในวงเงินเบื้องต้นประมาณ 20,000 ล้านบาท

แต่หากจำเป็นต้องใช้เงินมากกว่านั้น อาจต้องใช้แนวทาง ออกกฎหมายเพื่อให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการกู้เงินของกองทุน ซึ่งภาระดังกล่าวจะถูกนับรวมเป็น หนี้สาธารณะของประเทศ

ขณะนี้หน่วยงานด้านเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และกรมสรรพสามิต ได้เริ่มหารือเพื่อเตรียมแนวทางรองรับสถานการณ์ราคาน้ำมันไว้แล้ว แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบาย

เพดานหนี้สาธารณะยังมีช่องว่างรับมือ

ในภาพรวมฐานะการคลังของประเทศ ปัจจุบันสัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ประมาณ 66% ของจีดีพี เมื่อเทียบกับเพดานที่กำหนดไว้ ไม่เกิน 70% ของจีดีพี จึงยังมี ช่องว่างอีกประมาณ 4% ที่สามารถใช้รองรับมาตรการทางการคลังได้ หากจำเป็นต้องดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจหรือราคาพลังงาน

ที่ผ่านมา กองทุนน้ำมันเคยมีสถานะติดลบสูงกว่า 100,000 ล้านบาท จากการอุดหนุนราคาพลังงานในช่วงวิกฤติ ทำให้รัฐบาลต้องใช้มาตรการกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องของกองทุน

สอดคล้องกับรายงานข่าวล่าสุด ที่ระบุว่ารัฐบาลอาจจำเป็นต้องขยับเพดานการตรึงราคาน้ำมันดีเซลจาก 29.99 บาท ขึ้นไปสู่ระดับ 33 บาทต่อลิตร โดยอาจเริ่มเห็นความชัดเจนตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคมนี้เป็นต้นไป ผ่านแนวทางการทยอยปรับขึ้นครั้งละไม่ถึง 1 บาท เพื่อลดแรงกระแทกต่อค่าครองชีพ

การขยับเพดานราคาตามการคาดการณ์นี้ ไม่ได้เป็นเพียงการปรับตามต้นทุนน้ำมันดิบโลกเท่านั้น แต่คือสัญญาณว่า "กันชนราคา" ของกองทุนน้ำมันฯ กำลังเข้าสู่ขีดจำกัด และเริ่มเข้าสู่ระยะของการ "ส่งต่อภาระหนี้" กลับมายังผู้บริโภคมากขึ้น

กันชนราคาที่อาจกลายเป็นภาระในอนาคต

บทบาทของกองทุนน้ำมัน คือการทำหน้าที่เป็น เครื่องมือรักษาเสถียรภาพราคาพลังงาน โดยเก็บเงินเข้ากองทุนในช่วงที่ราคาพลังงานต่ำ และนำเงินไปใช้พยุงราคาในช่วงที่ต้นทุนพุ่งสูง

แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ราคาพลังงานโลกผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้รัฐบาลต้องใช้กองทุนเข้ามาช่วยตรึงราคาพลังงานอย่างต่อเนื่อง

ผลที่เกิดขึ้นคือ เงินที่ใช้กดราคาน้ำมันในวันนี้ สุดท้ายอาจต้อง ทยอยเก็บคืนผ่านโครงสร้างราคาน้ำมันในอนาคต คำถามสำคัญที่เริ่มถูกตั้งมากขึ้นจึงไม่ใช่เพียงว่า ราคาดีเซลจะทะลุ 30 บาทหรือไม่หลังเส้นตายมาตรการ แต่คือกันชนราคาน้ำมันที่ช่วยลดค่าครองชีพในวันนี้ กำลังกลายเป็นภาระที่ผู้ใช้น้ำมันในอนาคตต้องร่วมกันแบกรับหรือไม่

เมื่อ “เงินอุดหนุน” ในวันนี้ คือ “ภาษีแฝง” ในวันหน้า

ท้ายที่สุด การที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องรับภาระสะสมจากการตรึงราคา ย่อมส่งผลผูกพันต่อโครงสร้างราคาน้ำมันในระยะยาว เพราะเมื่อสถานะกองทุนติดลบจนต้องกู้ยืมเงินมาอุดหนุน กลไกการชำระหนี้คืนจะถูกเรียกเก็บกลับคืนผ่านทางภาษีสรรพสามิต หรือการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันในระดับที่สูงกว่าปกติ เมื่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเริ่มปรับตัวลดลง

นั่นหมายความว่า ในอนาคตที่ต้นทุนน้ำมันดิบถูกลง ประชาชนอาจจะยังต้องใช้น้ำมันในราคาที่สูงอยู่ เพื่อนำส่วนต่างนั้นมาทยอยชำระคืนหนี้ก้อนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน 

นอกจากนี้ หากสถานะหนี้ของกองทุนถูกนับรวมเป็น หนี้สาธารณะ ของประเทศ ภาระในการชำระดอกเบี้ยและเงินต้นก็จะถูกจัดสรรมาจากงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งมีที่มาจากภาษีของประชาชนทุกคน

บทสรุปของมาตรการพยุงราคาดีเซลในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการบริหารจัดการค่าครองชีพในระยะสั้น แต่คือการตัดสินใจเลือกที่จะดึงทรัพยากรทางการเงินในอนาคต มาใช้เพื่อลดผลกระทบในปัจจุบัน ซึ่งผู้ที่จะต้องรับภาระชดใช้หนี้เหล่านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือกลุ่มผู้ใช้น้ำมันและผู้เสียภาษีในวันข้างหน้านั่นเอง.

ที่มา : ที่มา: รายงานสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงรายสัปดาห์ , มติคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) , บมจ.ไทยออยล์

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ 


ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ