
หวั่นก๋วยเตี๋ยว-อาหารตามสั่งขยับราคา
นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงราคาหมูเป็นและเนื้อหมูในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะนี้ว่า กรมเตรียมออกมาตรการกำกับดูแลภาวะราคาหมูเป็นและเนื้อหมู โดยจะไม่ให้ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มเกินกิโลกรัม (กก.) 75 บาท และราคาเนื้อหมูชำแหละไม่เกิน กก.ละ 150 บาท จากปัจจุบันที่ราคาหน้าฟาร์ม กก.ละ 73-74 บาท และหมูชำแหละเกือบ กก.ละ 150 บาทแล้ว โดยอาจใช้มาตรการออกประกาศราคาแนะนำสำหรับการขายปลีกหรือกำหนดราคาเพดานสูงสุด รวมถึงคุมปริมาณการส่งออก เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนเพราะราคาเนื้อหมูเพิ่มขึ้นมาก จากการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในฟาร์มเลี้ยงหมูของจีนและประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ความต้องการเนื้อหมูในตลาดโลกเพิ่มขึ้น “ได้หารือกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และตกลงกันว่าหากราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มเฉลี่ยเกิน กก.ละ 75 บาท ต้องหามาตรการคุมราคาไม่ให้สูงกว่านี้ เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคแต่หากไม่เกิน 75 บาท กรมจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งสมาคมเห็นด้วย โดยต้นทุนของผู้เลี้ยงหมูอยู่ที่ กก.ละ 60 บาท จะได้กำไรตัวละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท”
นายวิชัยกล่าวต่อว่า สาเหตุที่ต้องควบคุมราคาหน้าฟาร์มไม่ให้เกิน กก.ละ 75 บาท เพราะไม่ต้องการให้ผู้ค้าอาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว อาหารจานด่วน หรืออาหารปรุงสำเร็จที่ใช้เนื้อหมูเป็นวัตถุดิบฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาขาย จนสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภค เพราะหากปรับขึ้นไปแล้ว เมื่อราคาเนื้อหมูลดลง ก็จะไม่ปรับลดราคาอาหารลงตาม ทั้งนี้ ไทยมีผลผลิตหมูเป็น 19-20 ล้านตัว หรือปริมาณเนื้อ 1.45-1.49 ล้านตัน ส่วนใหญ่ 14-15 ล้านตัวเป็นการบริโภคในประเทศ ที่เหลือเป็นการส่งออกในรูปผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม ภาครัฐและเอกชนไทยมีระบบป้องกันการระบาดของโรคอหิวาต์อย่างดี จึงไม่เกิดการระบาดในไทย แต่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มมาตรการป้องกันการระบาดให้มากขึ้น ไม่เช่นนั้นเกษตรกรจะเดือดร้อน นอกจากผู้เลี้ยงหมูที่จะได้รับผลกระทบแล้ว เกษตรกรที่ปลูกวัตถุดิบอาหารสัตว์ อย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำประหลัง ปลายข้าว ก็จะเดือดร้อนตามไปด้วย
“หากโรคระบาดเข้าไทยได้ก็จะเสียหายมาก เพราะต้องฆ่าทิ้งหมูเลี้ยง สิ่งที่ตามมาคือ สินค้าเกษตรวัตถุดิบอาหารสัตว์ จะราคาตกต่ำ เพราะความต้องการใช้ลดลงกว่าจะแก้โรคระบาดได้ต้องใช้เวลาหลายปี จึงต้องควบคุมและป้องกันอย่างเข้มงวดไม่ให้เกิดการระบาดในไทย”.